วิธีปลูกโหระพาในน้ำ ผักสวนครัวปลูกง่าย ไว้ทำอาหารกินเองที่บ้าน

โหระพาเป็นพืชที่ดูแลง่าย โตเร็ว ชอบความชื้นสูงและสม่ำเสมอ แดดไม่จัด จึงต้องคอยรดน้ำทุกวัน แต่อย่าปล่อยให้ท่วมขังจนเกินไป อีกทั้งในช่วงแรกควรพรวนดินและกำจัดศัตรูพืชออกทุก 1-2 สัปดาห์ โดยระวังไม่ให้กระทบต้นและราก

วันนี้พาทุกท่านมาปลูกผักแบบง่ายๆกันครับรับรองว่าทำได้ทุกคนนั่นคือ โ ห ร ะ พ า ในบรรดาผักสวนครัวต่าง ๆ นั้นหนึ่งในผักที่ปลูกง่ายแสนง่าย ขยายพันธุ์ก็ง่ายแสนง่ายก็ต้องยกให้ “ โ ห ร ะ พ า ” เลย เพราะว่าปลูกยังไงก็รอด และวันนี้เราก็เอาวิธีการขยายพัน ธุ์ ต้นผักโหระพาแบบใช้น้ำมาฝาก ทุกคนทำตามได้เลย ผักโตเร็วมาก ๆ ซึ่งเป็นเทคนิคดี ๆ จากทาง ช่องดาวบ้านนา V i l l a g e r ใครที่ซื้อโหระพามาแล้วมีกิ่งก้านเหลือก็ทำตามกันได้เลย

สิ่งที่จะต้องเตรียม
1. กิ่งยอดโหระพาที่สมบูรณ์
2. เครื่องดื่ ม ชูกำ ลั ง
3. น้ำเปล่า
4. ภาชนะ

ขั้นตอนการปลูก
1. เราก็เลือกโหระพามากิ่งที่จะชำนั้นให้ยาวสัก 1 คืบ โดยพยายามเลือกกิ่งที่สมบูรณ์ไม่เฉา แล้วก็เอากิ่งยอดนั้นมาริดใบออกให้หมดแล้วก็ตัดโคนยอดโหระพาให้ชิดกับข้อสุดท้ายมากที่สุด

2. แล้วก็เอาปักชำลงไปในแก้วหรือภาชนะชำที่เตรียมไว้เลย โดยแนะนำให้ใช้เป็นภาชนะทรงสูง จากนั้นใส่น้ำเปล่าตามลงไป ให้มีระดับน้ำเกินข้อสุดท้ายของยอดโหระพาเล็กน้อย

3. ต่อด้วยการเทเครื่องดื่มชู กำลังตามลงไป ½ ฝา โดยจะเลือกใช้เป็นยี่ห้อไหนก็ได้ตามแต่จะสะดวกเลย แต่อย่าใส่เยอะจนเกินไป และจะต้องเปลี่ยนน้ำทุกวัน

4. และในวันถัดไปนั้นใส่แค่น้ำเปล่าก็พอไม่ต้องเติมเครื่องดื่มชูกำลังแล้ว แล้วก็วางภาชนะที่ชำกิ่งนั้นในที่มีแสงแดดรำไรส่องถึงจะช่วยให้มีใบงอกออกมาได้เร็ว

5. สำหรับการชำโหระพาแบบนี้ก็เป็นวิธีการขยายพันธุ์ที่ง่ายมาก ๆ แล้ว ไม่ต้องใช้ดิน ไม่ต้องมีพื้นที่ปลูกเยอะก็ยังสามารถปลูกได้ แล้วอย่าลืมนำไปลองทำกันดูนะ

เป็นวิธีการเพาะหระพาแบบง่ายๆที่ต้องใช้ดินนะครับ โดยวิธีนี้สามารถใช้กับพืชผักชนิดอื่นได้ด้วย เช่น แม งลัก สะระแหน่ กะเพรา เป็นต้นค่ะ อย่าลืมลองไปทำกันดูนะครับ

ประโยชน์โหระพา
โหระพาเป็นพืชที่มีกลิ่นหอม นิยมนำมาประกอบอาหารหลากชนิดในประเทศไทย ซึ่งช่วยปรุงแต่งกลิ่นรสของอาหารให้น่ากินยิ่งขึ้น ช่วยดับกลิ่นคาวของอาหารหลายชนิด ใช้ใบปรุงอาหารเป็นผักโรยชูรสได้หลายชนิด

ส่วนใบ และยอดอ่อน ใช้กินเป็นผักสด เป็นเครื่องแนมอาหารคาว หรืออาหารว่างได้เป็นอย่างดี เพราะโหระพามีใบหนานุ่มกว่ากะเพรา รวมทั้งกลิ่นและรสชาติไม่เผ็ดร้อนเท่ากะเพรา รวมถึงนิยมใช้ทานร่วมกับอาหารที่มีรสจัด

ขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่าน ที่เข้ามาอ่านโพสต์นะครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเนื้อหานี้ จะมีประโยชน์ต่อท่านผู้อ่านทุกท่าน เรียบเรียงโดย เกษตรก้าวหน้า

Leave a Reply