“โตรโครเดอร์มา”สารชีวภาพกำจัดโรคพืช

เ ก ษ ต ต ร ก้ า ว ห น้ า ไ ด้ ล ง พื้ น ที่ ร ะ บ า ด ข อ ง โ ร ค พื ช แ ต่ ห ล ะ ช นิ ด และมีวิธีการจัดการโรคพืชด้วยวิธีชีวภาพที่เป็นการควบคุมโรคโดยวิธีธรรมชาติ หรือเลียนแบบธรรมชาติ มาเผยแพร่ให้เกษตรได้รับความรู้ โดยปกติในธรรมชาติสิ่งมีชีวิตต่างๆ จะมีการส่งเสริมซึ่งกันและกัน หรือมีการแข่งขันต่อสู้กัน เพื่อการเจริญเติบโตและการดำรงชีพ ดังนั้นการควบคุมโรคพืชด้วยวิธีชีวภาพ จึงเป็นการนำเอาสิ่งมีชีวิตหรือจุลินทรีย์ที่เรียกว่า สิ่งมีชีวิต หรือจุลินทรีย์ที่มีอยู่ในธรรมชาติ  มายับยั้งการเจริญเติบโตหรือทำลายโรคพืชไม่ให้ทำอันตรายต่อพืชนั่นเอง

ก า ร ผ ลิ ต ข ย า ย เ ชื้ อ ร า ไ ต ร โ ค ร เ ด อ ร์ ม า อ ย่ า ง ง่ า ย ดั ง นี้

1.หัวเชื้อไตรโครเดอร์มา

2.หม้อหุงข้าวไฟฟ้า

3.ข้าวสารเจ้า 3 ส่วน

4.ยางรัด

5. น้ำสะอาด 2 ส่วน

6.เข็มหมุด

7.ถุงพลาสติกทนร้อน 8*12 นิ้ว

8.เครื่องชั่ง

วิธีการ

1.  หุงข้าวด้วยหม้อหุงข้าวไฟฟ้า โดยใช้ข้าว 3 ส่วน ต่อน้ำ 2 ส่วน เมื่อหุงแล้วข้าวจะมีลักษณะแข็งเป็นแกน

2.  ตักข้าวใส่ถุง ในขณะที่ยังร้อน ปริมาณ 250 กรัม พับปากถุงวางรอให้ข้าวเย็นลง

3.  เทหัวเชื้อราไตรโครเดอร์มาใส่ถุงประมาณ 1-2 ช้อนชา (หัวเชื้อในข้าวฟ่าง)

4.  รัดปากถุงให้แน่น โดยให้มีพื้นที่ในถุงมากที่สุดและคลุกเชื้อราไตรโครเดอร์มา ให้กระจายทั่วข้าว

5.  ใช้เข็มหมุดเจาะรู ประมาณ 15-20 รู บริเวณใต้ยางรัดเพื่อให้อากาศเข้า

6.  พักเชื้อไว้ 2-3 วัน ขยำเชื้อราให้กระจายตัวอีกครั้ง บ่มจนครบ 7 วัน เชื้อราจะมีสีขาวเต็มถุง  จึงสามารถนำไปใช้ได้

วิธีใช้

         ผ ส ม ปุ๋ ย คอ ก ปุ๋ ย ห มั ก รองก้นหลุมเชื้อราไตรโครเดอร์มา 1 กก. ผสมรำอ่อน 5 กก. และปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก 40 กก. ใช้รองก้นหลุมปลูก 1 กำมือ หรือหว่านรอบโคนต้น หากต้องการนำไป ผ ส ม กับวัสดุเพาะให้ใช้เชื้อราไตรโครเดอร์มาที่ผสมแล้ว 1 ส่วน ผสมกับวัสดุเพาะ 4 ส่วน

ผ ส ม น้ำ ฉี ด พ่ น เ ชื้ อ ร า ไตรโครเดอร์มา 1 กก. (4 ถุง) ต่อน้ำ 100 ลิตร กรองเฉพาะน้ำสปอร์ ในน้ำ 2-3 ลิตร แล้วจึงเติมน้ำที่เหลือจนครบ 100 ลิตร ผสมสารจับใบ พ่นใบตอนเย็นทุก 7 – 14 วัน

ก า ร ค ลุ ก เ ม ล็ ด พั น ธุ์ ก่ อ น ป ลู ก เ ชื้ อ ร า ไ ต ร โ ค ร เ ด อ ร์ ม า 1-2 ช้อนแกง/ เมล็ดพันธุ์ 1 กก. (ใส่ถุงหรือภาชนะ เติมน้ำเล็กน้อย หรือสารจับใบ) คลุกเคล้าให้เข้ากัน ผึ่งสักครู่ก่อนนำไปหว่าน ช่วยกระตุ้นให้ระบบรากแข็งแรง

ไ ต ร โ ค เ ด อ ร์ ม า ใ ห้ อ ยู่ ใ น รู ป ผ ง หั ว เ ชื้ อ บ ริ สุ ท ธิ์ เพื่อให้เกษตรกรสามารถผลิตขยายเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดสดไว้ใช้ได้เองตามต้องการ ด้วยการหุงปลายข้าวให้สุกในหม้อหุงข้าวไฟฟ้า อัตราปลายข้าว 3 ส่วน น้ำ 2 ส่วน ตักใส่ถุงพลาสติกแล้วใส่ผงหัวเชื้อลงไปเล็กน้อย บ่มไว้ 5-7 วัน ก็สามารถนำเชื้อสดไปใช้ได้

ขณะนี้ได้พัฒนาเชื้อสดดังกล่าวให้เป็นชีวภัณฑ์ในรูปน้ำและรูปผงแห้งผสมน้ำเพื่อใช้พ่นส่วนต่างๆของพืชและพ่นลงดินได้ ผงหัวเชื้อบริสุทธิ์นี้มีสปอร์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มาในปริมาณไม่น้อยกว่า 100 ล้านหน่วยชีวิต (สปอร์) ต่อผงเชื้อ 1 กรัม สามารถเก็บรักษาได้เป็นระยะเวลานานไม่น้อยกว่า 1 ปีถ้าเก็บไว้ในตู้เย็น (ประมาณ 8-10 องศาเซลเซียส) แต่ถ้าเก็บที่อุณหภูมิในห้องปกติ (25-30 องศาเซลเซียส) สามารถเก็บไว้ได้นาน 6 เดือน

ก า ร ใ ช้ เ ชื้ อ ร า ไ ต ร โ ค เ ด อ ร์ ม า ช นิ ด ส ด สามารถใช้ได้หลายวิธีตามโอกาสและความสะดวกของเกษตรกร เช่น ใช้เชื้อสดผสมกับรำข้าวละเอียดและปุ๋ยอินทรีย์ในสัดส่วน 1:4:100 โดยน้ำหนักสำหรับใส่หลุมปลูก อัตรา 10-20 กรัม (1-2 ช้อนแกง) คลุกเคล้ากับดินในหลุมปลูกพืช ก่อนการหยอดเมล็ดพืช หรือหว่านลงแปลงปลูก ด้วยอัตรา 50-100 กรัมต่อตารางเมตร หรือใช้ผสมรวมกับวัสดุปลูกสำหรับการเพาะกล้าโดย ใส่ส่วนผสมของเชื้อสด+ปุ๋ยอินทรีย์

ผสมร่วมกับดินหรือวัสดุปลูกอัตรา 1: 4 โดยปริมาตร (20%) นำดินหรือวัสดุปลูกที่ผสมด้วยส่วนผสมของเชื้อสดแล้วใส่กระบะเพาะเมล็ด ถุงหรือกระถางปลูกพืช กรณีของการคลุกเมล็ดพืชก่อนปลูก สามารถใช้เชื้อสดล้วนๆ อัตรา 10 กรัม (1 ช้อนแกง) ต่อเมล็ด 1 กิโลกรัม เติมน้ำ 10 ซีซี และถ้าต้องการเชื้อสดในรูปน้ำสามารถใช้เชื้อสดผสมน้ำในอัตรา 100 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร กรองน้ำเชื้อด้วยผ้าหรือกระชอนตาถี่

จะได้เชื้อชนิดน้ำสำหรับใช้พ่น ราด รดลงดิน หรือพ่นส่วนบนของต้นพืช หรือใช้ปล่อยไปพร้อมระบบการให้น้ำใต้ทรงพุ่มของพืช และใช้แช่ส่วนขยายพันธุ์พืช เช่นเมล็ด หัว เหง้า แง่ง ท่อนพันธุ์ ก็ได้ สำหรับเชื้อราไตรโคเดอร์มาชนิดผงแห้งได้ทำสัญญาถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตและการประยุกต์ใช้กับบริษัทยูนิซีดส์ จำกัด ไปแล้ว

โ ร ค พื ช ที่ ส า ม า ร ถ ป้ อ ง กั น กำ จั ด ไ ด้ ด้ ว ย ไ ต ร โ ค เ ด อ ร์ ม า
โรครากเน่า โคนเน่า โรคผลเน่าของทุเรียน พริกไทย พืชตระกูลส้ม มะละกอ สับปะรด ยางพารา เกิดจากเชื้อราไฟทอปธอร่า ( Phytophthora) โรคกล้าเน่ายุบตายในพืชตระกูลแตง มะเขือเทศ มะละกอ ถั่ว พริก ผักชนิดต่างๆ และไม้ดอกไม้ประดับ ที่เกิดจากเชื้อราพิธเทียม (Pythium spp.) ไรซอกโทเนีย (Rhizoctonia spp.) และสเคลอโรเทียม (Sclerotium spp.) โรคใบจุด โรคใบไหม้ โรคใบขีดสีน้ำตาล โรคเมล็ดด่าง โรคแอนแทรคโนส โรครากเน่าโคนเน่า โรคเหี่ยว