มีมาก มีน้อยก็ต้องให้พ่อ ให้แม่..เพราะผลจากการให้นั้นคุ้มค่ามาก

การเลี้ยง ดู พ่ อ แ ม่ ในยามแก่เฒ่าเป็นสิ่งที่ควรทำสำหรับลูกทุกคน ถึงแม้ว่าพ่อแม่อาจจะไม่ได้หวังให้ลูกต้องมาเลี้ยง แต่ถ้าเราทำได้ มันจะส่งผลดีต่อชีวิตของเราเอง การให้เงินเดือน พ่ อ แ ม่ หลายคนก็อาจจะไม่คิดว่ามันสำคัญเพราะยังไงท่านก็อยู่กับเราเราเป็นคนดูแลค่าใช้จ่ายต่างๆอยู่แล้ว งั้นลองมาฟังเรื่องเล่าเรื่องนี้แล้วคุณจะเข้าใจอะไรได้มากขึ้น

หลังจากที่เรียนเสร็จในคาบวิชาของอาจารย์ท่านหนึ่งผมก็มองไปเห็นอาจารย์กำลังนั่งเขียนอะไรสักอย่าง
แบบเอาจริงเอาจัง ผมที่ช่วยงานอาจารย์อยู่บ่อยๆทำให้สนิทสนมกับท่านพอสมควรจึงได้เดินเข้าไปแล้วถามว่า “อาจารย์ทำอะไรอยู่ครับ

สีหน้าดูเคร่งเครียดจัง มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”อาจารย์เงยหน้าขึ้นมาจากกระดาษ แล้วเอ่ยว่า“อ่อ…อาจารย์กำลังเขียนบัญชีรายจ่ายอยู่น่ะ กำลังดูว่าจะตัดรายจ่ายส่วนไหนออกไปได้บ้าง”ระหว่างที่อาจารย์กำลังพูดอยู่นั้นผมก็เหลือบไปเห็นรายการที่อาจารย์เขียนและมีอยู่รายการหนึ่งที่ผมมองว่าอาจารย์น่าจะตัดออกได้เพื่อลดรายจ่าย ผมจึงเสนอไปว่า“เงินเดือนที่ให้แม่ 1,000 บาทตัดออกก็ได้นี่ครับ เพราะอาจารย์ก็ดูแลแม่อยู่แล้วอยู่บ้านหลังเดียวกันค่าน้ำ ค่าไฟ อาจารย์ก็เป็นคนรับผิดชอบทุกอย่าง ค่าอาหารเสื้อผ้าของใช้ต่าง ๆ

คุณพ่อ คุณแม่ ของอาจารย์ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายไม่จำเป็นต้องให้ก็ได้นี่ครับ ” อ า จ า ร ย์ รี บ ต อ บ ก ลั บ ม า ว่ า “ ไม่ได้หรอกอันนี้ตัดออกไม่ได้ 1,000 บาทนี้ สำ คั ญ ม า ก เพราะเป็นเงินที่ไว้สำหรับ ห ล่ อ เ ลี้ ย ง หั ว ใ จ พ่ อ แ ม่ ”เมื่อผมได้ยินแบบนั้น ก็งงกับคำตอบของอาจารย์เพราะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยได้ยินกับคำว่า“เงินหล่อเลี้ยงหัวใจ พ่ อ แ ม่ ” เลยสักครั้ง

อาจารย์ที่เห็นผมกำลังทำหน้างง จึงได้พูดขึ้นว่า “ ขนาดร่างกายของคนเรา ยังต้องการอาหารมาหล่อเลี้ยงเลยหัวใจของคนเราก็เหมือนกันก็ต้องการอะไรมาหล่อเลี้ยงเช่นกัน ” เหมือนอย่างเราเวลาที่ไม่มีเงินติดตัวจะไปไหนจะทำอะไร ก็รู้สึกไม่สดชื่น จิตใจห่อเหี่ยวขนาดเรายังต้องการเงินเดือนเลยเวลาไม่มีเงินเหลือติดบัญชีมันก็รู้สึกไม่สบายใจ

พอสิ้นเดือนเงินเดือนออกค่อยยิ้มได้ยิ่งคนเป็นมนุษย์เงินเดือนจะเข้าใจดี อันนี้ก็เหมือนกันถึงแม้ว่าแม่จะอยู่กับเรา ไม่ได้มีค่าใช้จ่ายที่ต้องรับผิดชอบแต่ถ้าแม่ไม่มีเงินอยู่ในมือ ไม่มีเงินเป็นของตัวเองหัวใจท่านก็จะรู้สึกเหี่ยวเฉา ไม่สบายใจแต่พอสิ้นเดือนเงินเดือนออกได้รับเงินจากลูกหน้าตาท่านก็จะสดใสขึ้นมา

มีอยู่วันหนึ่ง น้องชายของอาจารย์พาภรรยาไปคลอดลูกคุณแม่ก็นำเงิน 1,000 บาทที่เก็บสะสมมาหลายเดือน นำไปซื้อทองรับขวัญหลานด้วยความดีใจและภูมิใจที่ไม่ต้องไปขอเงินใครซื้อเป็นเงินที่ท่านสะสมไว้เองเมื่อถึงเวลาที่หลานโตขึ้น มีคนมาถามว่าสร้อยทองเส้นนี้ใครให้มาหลานก็จะบอกออกไปว่า “ คุ ณ ย่ า ซื้ อ ใ ห้ วั น เ กิ ด ” ซึ่งคุณย่าเป็นผู้อาวุโสที่สุดในบ้าน

การที่ท่านสามารถซื้อ ส ร้ อ ย ท อ ง ใ ห้ ห ล า น ไ ด้ ด้ ว ย เ งิ น ส ะ ส ม 1,000 บาท ทุกเดือนที่เรามอบให้ท่าน ของท่านเองมันทำให้ท่านดูน่าเกรงขาม เป็นที่เคารพรักของคนในบ้านหรืออย่างวันหนึ่ง ที่ผู้ใหญ่บ้านมาอนุโมทนาบุญในหมู่บ้านแม่ของอาจารย์ก็ได้นำเงินที่ลูกให้ไว้ทุกเดือนนั่นแหละเอาไปทำบุญ แต่เมื่อผู้ใหญ่บ้านเดินไปบ้านหลังถัดไปแล้วเห็นลุงข้างบ้าน จึงถามว่า “ทำบุญสร้างศาลาวัดร่วมกันไหมครับลุง”ลุงข้างบ้านก็บอกว่า “เดี๋ยวรอลูกสาวกลับมาก่อน ลุงไม่มีเงินติดตัวหรอก ลูกเขาไม่ได้ให้เงินไว้ใช้”

เมื่อฟังถึงตรงนี้ หลายคนคงจะมองเห็นและเข้าใจถึงพลังและความสำคัญของเงินหล่อเลี้ยงหัวใจแม่กันแล้วใช่ไหมคะซึ่งแน่นอนว่าสิ่งนี้ ไม่ได้มีความสำคัญแค่กับคนเป็นแม่ที่ได้เงินไว้สำหรับการหล่อเลี้ยงหัวใจแต่ยังส่งผลถึงคนเป็นลูกอย่างเราด้วย เมื่อแม่มีความสุขคนเป็นลูกก็มีความสุขด้วยมันจะทำให้บ้านเป็นบ้านมีความอบอุ่น มีความรักให้แก่กันเสมอ มันส่งผลไปทั้งหมด

ที่มา : bitcoretech