9 สิ่งนี้ค่อยๆ เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน อย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

เมื่อบ้านเรานั้นถูกพิษเศรษฐกิจ กำลังทำให้หลายๆ คนตกงาน หลายๆบริษัทเริ่มปิดตัวลง แต่ค่าครองชีพก็ยังคงเท่าเดิม และกำลังแพงขึ้นเลื่อยๆ แต่ประชาชนนั้นก็มีกำลังซื้อน้อยลงเลื่อยๆ

เช่นกัน วันนี้เราจึงมีบทความเพื่อมาเตือนสติใครหลายๆ คนเกี่ยวกับการใช้เงิน กับบทความ 9 สิ่งค่อยๆ เกิดขึ้นอย่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไปดูกันว่าอะไรกำลังเกิดขึ้น เตือนให้เรานั้นรู้ตัว

ไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ เพราะอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่เรื่องที่เราไม่เคยคาดคิดกัน มาก่อนก็ยังเกิดมาแล้วอย่าง ‘โควิด’ ที่ส่ งผลกระทบไปแทบจะทุกประเทศเป็นเวลาหลายเดือน จนเศรษฐกิจย่ำแย่ไปทั่วโลก

ในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% ซึ่งดูเหมือนว่าในบ้านเราก็ใกล้จะถึงจุดนั้นแล้วเช่นกัน เราทุกคนควรจะใช้ชีวิต ใช้จ่ายเงินกันอย่างไร ต้องปรับตัวหรือต้องเจอกับอะไรบ้าง มาดูกันว่าต่อจากนี้ไป จะมีอะไรเปลี่ยนแปลง

1 เงินจะหายากขึ้น
ลองดูทุกวันนี้สิ ว่าคนเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันน้อยลงขนาดไหน นี่ยังไม่รวมกับวิกฤตโควิด ที่เพิ่งเกิดขึ้นจนส่งผลกระทบในวงกว้าง และหากในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% เท่ากับคนที่ฝากเงินในธนาคารจะไม่ได้ดอกเบี้ยเลยคุณรู้ไหมว่า

เงินที่สามารถงอกเงยจากระบบดอกเบี้ยนั้น มีถึงแสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว และถ้าเงินส่วนนี้หายไปกลายเป็น 0 คิดภาพดูสิว่าเงินหายไปจากเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวันขนาดไหน เมื่อเงินหายไป กำลังการซื้อก็ลดลงด้วยเช่นกัน

2 ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน
ปกติแล้วในวัยสูงอายุ คนวัยนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะวางแผนก่อนวัยเกษียณ เพื่อให้มีเงินเก็บเงินก้อนไว้ใช้หลังเกษียณ ได้มากเพียงพอที่จะสามารถฝากธนาคาร

และหวังเก็บดอกเบี้ยกินได้บ้างแต่ถ้าหากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ก็จะทำให้เงินก้อนค่อย ๆ ถูกใช้ไปจนหมด แล้วก็กลายเป็นว่า ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน เพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองอีกครั้ง

3 ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น
หากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน คนรวยที่มีอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็จะยิ่งรวยขึ้น ในขณะที่คนจนคนที่หาเช้ากินค่ำ

ไม่มีเงินเหลือเก็บ และยิ่งการวางแผนทางการเงินไม่มี หรือลงทุนไม่เป็น ไม่มีความรู้ในการลงทุนให้เงินงอ กเลยได้เลย ก็ต้องทำงานหนักแบบนี้ไปตลอดชีวิต

4 เงินจะอยู่เหนือคน มากยิ่งขึ้น
เมื่อเงินหายากมากขึ้น ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้น และคนก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มัน มาโดยไม่สนว่าใครจะลำบากหรือเดือดร้อน ความยุติธรรมจะหาได้ยาก คนอ่อนแอจะถูกเอารัดเอาเปรียบ

5 หลังจากยุคดอกเบี้ย 0% ทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก
นั่นเป็นเพราะว่าเงินจะล้นระบบ แต่ไม่ใช่เงินมีมากสำหรับทุกคนหรอกนะ เมื่อเงินล้นระบบ จะล้นไปอยู่ในมือคนรวย ซึ่งคนรวยมีจำนวนที่น้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับคนจน จึงเกิดการใช้จ่ายที่น้อยตามไปด้วย และเมื่อใช้จ่ายน้อยก็จะส่งผลกระทบแบบโดมิโน่คือ พ่อค้าแม่ค้าไม่มีคนซื้ อ ของก็จะขายไม่ได้ ตลาดห้างสรรพสินค้าไม่มีคนเดิน คนส่วนมากไม่มีเงินที่จะเอาไปใช้จ่าย

ให้เงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ และพอเศรษฐกิจไม่ดี ทั้งบริษัททั้งโรงงานก็ต้องปิดตัวลง พนักงานและคนงานก็ต้องตกงาน กลายเป็นล้มไปหมดทั้งระบบ

6 คอรัปชั่น และการโกงจะมากขึ้น
แน่นอนว่ายิ่งเงินหายาก คนฉวยโอกาสก็จะมีมากขึ้น การขาดเงินจะทำให้คนขาดจิตสำนึกได้ง่ายกว่าเดิม ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน โดยไม่สนใจว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก

7 ครอบครัวมีปัญหามากขึ้น
สมัยก่อนผู้ชายจะเป็นคนออกไปทำงานหาเงิน เพื่อมาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงจะอยู่บ้านคอยดูแลงานบ้าน และเลี้ยงลูก ทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้ตลอด แต่พอมายุคนี้ ทั้งพ่อและแม่ก็ออกไปทำงานนอกบ้าน และยิ่งยุคที่เงินหายาก ยิ่งต้องทำงาน มากขึ้นไปอีก

เพราะหาเงินมาก็ไม่พอค่าใช้จ่าย ลูกก็ไม่มีใครอยู่ด้วย และยิ่งมีการทำโอทีกลับบ้านดึกดื่น ยิ่งไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลยในแต่ละวัน เมื่อพ่อแม่ทำแต่งาน ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ก็ทำให้ลูกเริ่มมีปัญหา หากแก้ไขไม่ได้ก็จะทำให้เป็นปัญหาสังคมต่อไปอีก

8 ค่าครองชีพจะสูงขึ้นอีก
หากลองมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าค่าครองชีพนั้นสูงขึ้นเรื่อย ๆ เงิน 40 บาท ที่เมื่อก่อนซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 2 ชาม
เดี๋ยวนี้ก็ซื้อได้แค่ชามเดียว ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น แต่เงินทองกลับหายากกว่าเดิม ถ้าวันนี้ไม่ระวัง วันข้างหน้าต้องเสียใจภายหลังแน่นอน

9 คำว่า ‘อิสรภาพทางการเงิน’ จะเอื้อมถึงได้ยากขึ้น
เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็ชอบพูดเรื่อง อิสรภาพทางการเงินกัน มากขึ้น หรือที่ชอบเรียกกันว่า Passive Income เป็นการที่มีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่าย แบบที่เราไม่ต้องทำงาน เป็นการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตัวเอง

ซึ่งคนสมัยก่อนจะนิยมฝากเงินเพื่อเอาดอกเบี้ย แต่ถ้ามองดูยุคปัจจุบัน เราคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว และยิ่งลงทุนผิดที่ กลายเป็นว่าเราจะต้องทำงานไปตลอดชีวิต และไม่มีคำว่า ‘อิสรภาพทางการเงิน’ ให้เราได้เข้าใกล้เลย

ที่มา forlifeth