Thursday, 29 February 2024

7 วิธีปรับตัว เพื่อรับมือเรื่องการเงิน ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังย่ำแย่

1. รู้จักประมาณตนในการใช้จ่าย
ก่อนที่จะควักเงินออกจากกระเป๋าแต่ละที ควรคิดให้ดีก่อนนะครับ ว่าสิ่งที่เรากำลังจะแลกมานั้นมันมีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด ถ้าเกี่ยวกับเรื่องปากท้อง อย่างข้าวสาร อาหารแห้ง ผัก ผลไม้ น้ำดื่ม ฯลฯ ของแบบนี้คือสิ่งที่จำเป็นในการดำรงชีพ

หลายครอบครัวอาจจะซื้อมาตุนไว้ ก็ถือว่าเป็นไอเดียที่ดี (แต่ระวังของหมดอายุด้วยนะครับ) ส่วนสิ่งของที่เป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย กระเป๋า รองเท้า สินค้าไอทีต่าง ๆ พวกนี้ต้องคิดสักหน่อยก่อนซื้อ เพราะบางอย่างก็อาจจะยังไม่จำเป็น

2. นำของเก่ามาทำเป็นของใหม่
ต่อเนื่องจากข้อแรกครับ ที่บอกว่าให้ซื้อแต่สิ่งที่จำเป็น สำรวจดูในบ้านบ้างครับ ว่าสิ่งของชิ้นไหนที่ยังพอใช้ได้ แต่สภาพเก่าไปบ้างก็ไม่เป็นไร นำมาซ่อมแซม หรือดัดแปลงให้มันใช้งานได้หลากหลายขึ้น จะช่วยให้เราประหยัด ไม่ต้องเปลืองตังค์ซื้อ แถมยังได้ของใหม่ที่ทำขึ้นเองด้วยครับ

3. หันมาผลิตเพื่อบริโภคภายในครัวเรือน
หากบ้านไหนมีพื้นที่ว่าง ๆ มีสนามหญ้าหลังบ้าน หรือหน้าบ้านเล็ก ๆ อาจจะลองนำเอาเมล็ดพันธุ์ผักปลอดสารพิษต่าง ๆ ไปปลูกดู ดั่งคำพูดที่ว่า “กินทุกอย่างที่ปลูก และปลูกทุกอย่างที่กิน”

จะช่วยให้เราประหยัด ไม่ต้องซื้อผักจากตลาด แถมยังได้ผักที่สดสะอาด มั่นใจได้ว่าปลอดภัย เพราะเราปลูกด้วยตนเอง ส่วนใครที่อยู่บ้านเช่า ตึกแถว คอนโด อพาร์ทเม้นท์ต่าง ๆ

อาจจะไม่ค่อยมีพื้นที่สักเท่าไหร่ แนะนำให้ลองหาอะไรมาดัดแปลงเป็นกระบะ หรือกระถางใส่ดิน ปลูกผักห้อยวางตามระเบียง เพียงเท่านี้ก็จะได้ผักสวนครัวแบบกระถางห้อยกินได้แล้วครับ

4. หารายได้เสริม
จากวันว่างหรือวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วย ๆ กันในครอบครัวครับ พ่อ แม่ ลูก ลองคิดว่า จะช่วยกันทำอย่างไรเพื่อให้มีรายรับเพิ่มเข้ามา อาจจะช่วยกันทำขนม หรือทำอาหาร, นำผักที่ปลูกไปขายที่ตลาด หรือคุณแม่บ้านอาจจะมีอาชีพเสริม เช่น การเย็บปักถักร้อย, ทำตุ๊กตา, ทำงานฝีมือ แล้วให้ลูก ๆ ช่วยเรื่องการถ่ายภาพ จัดตกแต่ง ลงโพสต์ขายในโซเชียลต่าง ๆ เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีอาชีพเสริมอีกมายมาย ที่ให้เลือกตามความถนัด และตามความสามารถของแต่ละคน อย่างรับสอนพิเศษ รับเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ นักแปลภาษา เป็นไกด์ทัวร์นำเที่ยวช่วงเทศกาลและวันหยุด ฯลฯ เป็นต้น

5. ติดตามส่วนลด และโปรโมชั่นดี ๆ
ถ้าจะซื้ออะไรสักอย่าง แล้วเลือกซื้อสินค้าที่มีรายการส่วนลดด้วย จะช่วยเซฟเงินในกระเป๋าของเราได้บ้าง หรือถ้าใครที่ใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตเป็นประจำ ก็จะมีโปรโมชั่น เสริมต่าง ๆ มากมาย

เช่น สะสมคะแนน เพื่อแลกเครดิตเงินคืน แลกรับของรางวัล แลกส่วนลดค่าที่พัก ค่าเดินทาง ค่าเครื่องบิน ค่าอาหาร ตามแต่ละประเภทของบัตร และสินค้าที่ร่วมรายการ

6. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย ประจำวัน
หลายคนอาจจะคิดว่า การทำบัญชีคงไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่ แต่ที่จริงแล้วมีผลนะครับ บัญชีทำให้เรารู้ว่าเรามีรายรับเท่าไหร่ มีรายจ่ายหมดไปกับสินค้า-บริการ ประเภทไหนบ้าง

และเรามีภาระที่ต้องชำระค่าอะไรบ้าง สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนเครื่องเตือนสติ ไม่ให้เราใช้จ่ายเงินจนเกินตัว โดยไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ เมื่อเราเห็นภาพรวมการเงินของเราแล้ว

ก็จะทำให้เรามีการวางแผนทางการเงินที่ดีขึ้นได้ โดยเฉพาะใครที่อยากมีเงินออมตอนสิ้นเดือนทุก ๆ เดือนแล้วล่ะก็ อย่าลืมจดบันทึก และแบ่งเงินเก็บออมไว้เพื่ออนาคตกันบ้างนะครับ

7. สร้างนิสัยรักการเก็บออม
สำหรับผมแล้วเป็นคนที่ชอบออมเงิน และมีวิธีการในการออมดังนี้ครับ ถ้ามีรายได้เข้ามา ผมจะแบ่งเก็บออมไว้เลย 10-20% จากนั้นเวลาที่เราได้รับเงินโบนัส หรือส่วนลดเมื่อซื้อสินค้า, รายได้เสริม และรายได้พิเศษต่าง ๆ ผมก็จะเก็บไว้เป็นเงินออม

และเป็นเงินทุนสำรองไว้ใช้จ่ายในยามฉุกเฉินครับ แรก ๆ มันก็อาจจะยากนิดหน่อย ตรงที่เราต้องมีสติควบคุมจิตใจของตนเอง และมีวินัยในการใช้เงินมากขึ้น แต่พอทำไปสักพักเราก็จะเริ่มติดเป็นนิสัย จนทุกวันนี้ผมก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยากอีกต่อไปแล้ว

หากว่าท่านผู้อ่านสนใจ ก็ลองนำไปปรับใช้ดูนะครับ ไม่สงวนลิขสิทธิ์ ในช่วงที่ของแพง เศรษฐกิจไม่ดี เราควรดำรงตนบนพื้นฐานแห่งความพอดี เดินทางสายกลาง ไม่โลภมาก ไม่ฟุ่มเฟือยหรือขี้เหนียวจนเกินไป

ช่วยเหลือคนรอบข้างที่ตกทุกข์ได้ยากบ้าง และรู้จักการใช้ชีวิตบนความไม่ประมาทในทุก ๆ เรื่อง ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นแบบไหน หากว่าเราได้สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้ตนเองแล้ว ย่อมผ่านพ้นวิกฤตที่เลวร้ายไปได้แน่นอนครับ

ที่มา : moneyhub