Friday, 14 June 2024

แนวทาง การทำเกษตร 3 ขั้นตอน ที่ทำแล้วไม่มีวันจน

วันนี้ขอนำเเคล็ดลับการทำเกษตร 3 ขั้นตอน ที่ทำแล้วไม่มีวันจนมาฝากเพื่อนๆชาวเกษตรทุกท่าน เพื่อเป็นแนวทางในการทำการเกษตรให้ได้ผล ช่วยเพื่มผลผลิต ทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ไปดูกันเลยครับ


รู้ไหมทำไมทำเกษตรแล้วถึงจน ทุกคนก็จะตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ปุ๋ย-ยาแพง ค่าแรงงานแพง พันธุ์พืชราคาแพง แพงทุกอย่างช่วงนี้ ผลผลิตไม่ได้ราคา ภัยแล้ง-น้ำท่วมซึ่งถ้าไม่ได้อยู่ในวงการเดียวกัน เราก็จะเชื่อว่ามันจริงเพราะใครๆ ก็บอกอย่างนี้ทั้งนั้น แต่มันไม่จริง เพราะเหตุผลที่พูดมาทั้งหมด มันเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น สาเหตุใหญ่ที่ทำให้เกษตรกรหรือทุกอาชีพจนก็คือ “รูรั่วของชีวิต” ซึ่งขณะนี้สังคมกำลังถูกกลืนโดยสื่อ ไม่ว่าจะเป็น ทีวี วิทยุ อินเตอร์เน็ต หนังสือพิมพ์ต่างๆ หรือ ที่เราเรียกว่า “สังคมบริโภคนิยม”

แทบทุกอาชีพใช้จ่ายกันเกินตัว มีรูรั่วทั้งร่างกายเลยก็ว่าได้ ยิ่งถ้าเป็นเมืองใหญ่ๆ จะยิ่งเห็นชัด โดยเฉพาะเวลาขึ้นรถโดยสารหรือตามห้างฯหรือสวนหย่อม เราจะเห็นคนอยู่ในโลกส่วนตัวโดยไม่สนใจคนอื่นเลย เช่น หูก็เสียบหูฟัง ตาก็จ้องจอ(มือถือ/แท็บเล็ต/ไอแพด) ในขณะที่มือก็เขี่ยไปเรื่อยๆ ผมเรียกมันว่า “สังคมก้มหน้า” นี่แหละโลกยุค “ไร้พรมแดน” พอทุกคนเสพสื่อมากๆ เข้าก็อยากเลียนแบบ อยากได้สิ่งต่างๆ ที่สื่อนำเสนอ ที่เห็นชัดที่สุดคือตอนเขาเปิดตัวโทรศัพท์ ไอโฟน รุ่นใหม่ที่ออกมา จะมีคนไปนอนรอเพื่อซื้อให้ได้ นี่มันเกิดอะไรขึ้น

เมื่อลดความอยากลงได้แล้วอาจโดยการทำบัญชีครัวเรือน จดทั้งรายรับ-รายจ่าย พอครบเดือนมาหักลบกลบกันดู จะเห็นว่าชีวิตเราอยู่ได้หรือไม่ได้ แต่ส่วนใหญ่จะอยู่ไม่ได้ ฉะนั้นสิ่งแรกที่ต้องทำ คือ “ลดรายจ่าย” ให้ได้ก่อนโดยลดความอยากหรือกดข่มความอยากไว้ก่อนอย่าให้มันออกมามีอำนาจเหนือเรา เมื่อลดรายจ่ายได้จะเกิด “รายเหลือ” ขึ้นทันที ชีวิตก็จะดีขึ้นตาม เมื่อทำได้แล้วหลังจากนั้นค่อยมาหาทางเพิ่มรายได้ ถ้าทำได้อย่างนี้ “หายจนแน่ครับ”

ฉะนั้นเหตุผลที่เกษตรกรส่วนใหญ่บอกมาว่าที่ทำให้จนนั้นยังไม่ถูกต้อง ยิ่งในยุคที่คน “บูชาเงิน”หรือ“บูชาคนมีเงิน” โดยไม่สนที่มาของเงินที่มีว่า มีเพราะอะไร ยิ่งไปกันใหญ่ เกษตรกรส่วนใหญ่จะเอาเงินเป็นตัวตั้ง เช่น ปลูกพืชเชิงเดี่ยวจำนวนมาก ๆ เมื่อขายจะได้เงินเยอะๆ แล้วจะเอาเงินนั้นมาซื้อทุกๆอย่าง ที่อยากได้ ทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างไม่จบสิ้น เช่น ผลผลิตล้นตลาดหรือเกิดภัยธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง แมลงมา เชื้อราบุก ฯลฯ จะทำอย่างไร? การปลูกพืชเชิงเดี่ยวจึงก่อให้เกิดความเสี่ยงสูง เกษตรกรควรที่จะลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวลง และอย่าเน้นแต่ทำขายหันมาใส่ใจทำกิน ไม่ใช่เป็นชาวนาขายข้าวเปลือกจนหมดแล้วต้องมาซื้อข้าวสารกิน หรือ เป็นเกษตรกรแล้วต้องมาซื้อ พริก โหระพา ตะไคร้ ใบมะกรูด ฯลฯ ถ้าอย่างนี้ถือว่าล้มเหลว

การทำเกษตรต้องทำเป็น 3 ขั้น คือ

1. ปลูกเพื่อเรียนรู้ : การจะปลูกพืชอะไรต้องปลูกเพื่อเรียนรู้ก่อน ไม่ปลูกเยอะ พยายามเรียนรู้ให้เข้าใจในพืชนั้นๆ เรียนรู้ทั้งเรื่องของการเจริญเติบโต อายุการเก็บเกี่ยวผลผลิต โรค-แมลงต่างๆ ปุ๋ย ยา เมื่อปลูกน้อยๆ แล้วเรียนรู้จนแน่ใจแล้วจึงค่อยขยายเพิ่มอย่าเริ่มปลูกมากๆ โดยยังไม่รู้จักมัน มันจะพาจน


2. ทำให้ออกในช่วงแพง : หรือ นอกฤดู คือ เมื่อเราปลูกขั้นแรกจนเรียนรู้เข้าใจดีแล้ว เราก็เริ่มเรียนรู้ที่จะทำให้มีผลผลิตในช่วงราคาแพง หรือ ทำนอกฤดู เพื่อขายได้ราคาดี ไม่มีปัญหาในด้านการตลาด

3. ขายผลพลอยได้ : คือ ทำพันธุ์ขายทั้ง เมล็ดพันธุ์ กิ่งพันธุ์ เพาะกล้า หรือ แม้กระทั่งแปรรูปผลผลิต การขายผลพลอยได้ จะช่วยสร้างรายได้ ได้มาก อาจได้มากกว่าขายผลผลิตด้วยซ้ำ

การทำการเกษตรให้หายจน ต้องปลูกพืชเป็น 3 ระยะ จะหายจน เลี้ยงปลา ไก่ เป็ด จะมีกิน โดยเลี้ยงแบบธรรมชาติไม่เลี้ยงด้วยหัวอาหาร เช่น เลี้ยงด้วยหอยเชอรี แหน เศษอาหาร ผลไม้ ที่เหลือในสวน

ขอขอบคุณที่มาจาก : rakkaset.com