Tuesday, 21 May 2024

เหตุผลที่ว่า ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงทำงานไม่นานก็ลาออก

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่น่ารัก ได้มาพบเจอกันอีกแลัว ก่อนอื่นแอดมินและทีมงานเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า ก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลงานของเรามาตลอด เราจะคอยสรรหานำเสนอเรื่องราวดีๆ และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทุกท่าน ให้ท่านได้อ่านเรื่องราวดีตลอดเราจะคอยนำเสนอเรื่องราวดีๆ และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่าน

เรามักจะได้ยินบ่อยๆ กับการที่คนรุ่นใหม่ชอบเปลี่ยนงานบ่อย ถูกมองว่าไม่อดทน รักสบายเกินไป จึงไม่ยอมทำงานถ้าเจออะไรก็ตามที่ไม่ถูกใจ บางคนทำได้ไม่ถึงปีก็ลาออกซะแล้ว วันนี้เราจะมาบอกเหตุผล ที่ว่าทำไมคนรุ่นใหม่ถึงทำงานได้ไม่นานก็ลาออกกันแล้ว

1. ไม่มีทักษะใหม่ให้ได้เรียนรู้คนรุ่นใหม่ ชอบการเปลี่ยนแปลง และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก็เป็นเรื่องท้าทายของพวกเขา แต่ถ้าหากที่ทำงานไม่มีทักษะใหม่ๆให้เขาได้เรียนรู้ ก็เหมือนกับหมดความน่าสนใจในการทำงานด้วยเช่นกัน พวกเขาต้องการที่จะพัฒนาความรู้ใหม่ๆอยู่เสมอ จึงไม่แปลกที่พวกเขาชอบหาษริษัทที่จะทำให้ได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองได้ตลอดเวลา และถ้าเมื่อไหร่ที่ที่เขาทำอยู่ไม่มีทักษะอะไรเพิ่มขึ้นมา การได้ออกไปหาสิ่งใหม่ๆก็คงจะดีกว่า

2. ผู้ใหญ่บางคนชอบเอาเปรียบปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ระบบอาวุโสในการทำงานของบ้านเรานั้น ยังมีให้เห็นอยู่จำนวนมาก เพราะคิดว่าตัวเองอยู่มาก่อน คนที่อายุน้อยจึงมักจะโดนเอาเปรียบ โดยการถูกโยนงานมาให้ ทั้งๆที่บางทีก็ไม่ใช่หน้าที่รับผิดชอบของตัวเองเลยด้วยซ้ำ หรือไม่เคยสอนงานว่าต้องทำยังไง ความสามารถไม่ถูกมองเห็นเพียงเพราะมีอายุที่น้อยกว่า เน้นระบบอาวุโสแทนที่จะเน้นที่ผลงานและความสามารถ และเมื่อคนสมัยใหม่เจอความไม่เท่าเทียม พวกเขาจึงไม่ลังเลที่จะลาออก

3 .ไม่รับฟัง เพียงเพราะอายุยังน้อยการที่ไม่ชอบรับฟังความคิดเห็น หรือข้อเสนอแนะที่มาจากคนรุ่นใหม่ เพียงเพราะคิดว่า ไม่มีประสบการณ์มากพอ จึงไม่ให้ความสำคัญกับความคิดของคนรุ่นใหม่ ยิ่งทำให้พวกเขารู้สึกว่า การทำงานในสภาพแวดล้อมแบบนี้เป็นอะไรที่น่าอึดอัด และไม่สามารถแสดงไอเดียอะไรได้เลย สุดท้ายก็กลายเป็นความท้อแท้ และผิดหวัง จนนำมาสู่การลาออกในที่สุด

4. มีงานอื่น ที่สร้างเงินได้มากกว่า งานประจำคนรุ่นใหม่ ไม่ได้มองว่าต้องรับราชการ มีตำแหน่งงานสูงๆ ได้เป็นเจ้าคนนายคน ถึงจะดูมีหน้ามีตาเหมือนคนสมัยก่อนมอง แต่คนรุ่นใหม่มองแค่ว่า พวกเขาจะทำงานอะไรก็ได้ ขอแค่สามารถเป็นช่องทางในการทำเงินให้พวกเขาได้ตามที่ต้องการ และสมัยนี้ก็มีอาชีพใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายและหลากหลาย เช่น การขายของออนไลน์ การทำงานเป็นยูทูปเบอร์ หรือแม้แต่การเล่นหุ้น หรือเทรดสกุลเงินดิจิตอล ก็สามารถสร้างรายได้ได้ง่ายดาย

5. เชื่อว่า “การมีงานทำ ไม่ใช่ความมั่นคงของชีวิต”สำหรับคนรุ่นก่อนๆ มักจะมีค่านิยมที่ว่า การมีงานทำ มีสวัสดิการดีๆ และมีเงินบำนาญใช้ในบั้นปลาย เป็นความมั่นคงของชีวิต แต่สำหรับคนรุ่นใหม่ พวกเขาไม่ได้คิดว่า การลาออกจากงาน คือ “ความล้มเหลวในชีวิต” เพราะพวกเขาโตมาในยุคของเทคโนโลยีที่มีความรวดเร็ว ดังนั้นพวกเขาจึงไม่รอจนถึงตอนแก่ เพื่อที่จะสบายใช้เงินบำนาญ แต่พวกเขาต้องการที่จะหาเงินให้ได้เร็วที่สุด เพื่อซื้อความสบายในตอนนี้

6. เชื่อว่า “ถ้ามีความสามารถ ก็มีทางเลือก”การที่คนรุ่นใหม่เติบโตขึ้นมาท่ามกลางเทคโนโลยีที่ไม่เคหยุดอยู่กับที่ มีกาารเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา พวกเขาจึงไม่กลัวกับการเปลี่ยนแปลงถ้าจะต้องลาออกจากงาน หากงานที่ทำอยู่นั้นไม่ตอบโจทย์ในชีวิต ถ้าหากพวกเขามีความสามารถมากพอ ก็ยิ่งจะมีทางเลือกได้มากขึ้น และการค้นหางานไปเรื่อยๆเพื่อจะเจองานที่ใช่ มันก็ดีกว่าที่ต้องอยู่ทนทำงานที่ไม่ใช่ไปจนแก่ แล้วต้องอยู่แบบไม่มีความสุข เพราะบาลานซ์ชีวิตเป็นสิ่งสำคัญ

แต่ไม่ว่าคนรุ่นเก่า หรือคนรุ่นใหม่ ย่อมอยากที่จะมีชีวิตที่ดีและมีความก้าวหน้าในชีวิตกันทั้งนั้น แต่ด้วยความแตกต่างของยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ความคิดของคนรุ่นใหม่จึงดูแตกต่างไปจากคนรุ่นก่อนๆ ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ว่าจะรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ องค์กรก็ควรที่จะให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่ากับคนทำงาน ไม่ใช่เพียงแค่เงินเดือน แต่การให้โอกาสพวกเขาได้เติบโต และเรียนรู้ด้วยตัวเอง เพื่ออนาคตในการทำงานของพวกเขาก็สำคัญเช่นกัน

เรียบเรียงโดยเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า