“เปิดใจหนุ่มจิตอาสา” ด้วยการเป็นสะพานบุญ “สละเวลา” แจกจ่ายความสุขแก่ผู้ยากไร้

จิตอาสาช่วยยกระดับจิตใจให้มีความเมตตา และเสียสละแก่ผู้อื่น” เปิดใจหนุ่มจิตอาสาจัดตั้งชมรม ช่วยเหลือทั้งคนและสัตว์ ด้วยการเป็นสะพานบุญ ร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ สร้างบ้าน ขุดบ่อน้ำ ทั้งยังมอบสิ่งของให้คนจน และคนด้อยโอกาส พร้อมแนะวิธีทำบุญที่ไม่จำเป็นต้องไปที่วัดเพียงอย่างเดียว การทำบุญไม่จำเป็นต้องทำที่วัด หรือมูลนิธิเสมอไป จงมองสิ่งที่อยู่ใกล้บ้านเรา ใกล้ตัวเรา แล้วก็เอาสิ่งนั้นไปยื่นให้กับมือ ให้เขาได้ใช้ได้กิน เป็นบุญมากครับ

เริ่มจากปี 59 ผมได้ไปช่วยบ้านป้าแมวเขาเลี้ยงหมาจร ผมก็ไปที่บ้านเขา เห็นการเป็นอยู่ลำบาก หมาก็อยู่ลำบาก คนก็อยู่ลำบาก ตอนนั้นผมเริ่มจากคนเดียวก่อน ผมก็ไปเช่าสามล้อพ่วง ออกเงินส่วนตัวซื้อของ จากจุดตรงนั้นก็มีคนเข้ามาร่วมมากขึ้น แต่ส่วนใหญ่จะเป็นคนอยู่ในพื้นที่”

กอล์ฟ-ภูวดล พูลสุวรรณ์ ประธานกลุ่มชมรมพลังอาสายามยากสงขลา ที่มีอาชีพเป็นนักเต้น และช่างซ่อมมือถือ เปิดใจกับทีมข่าว MGR Live ผ่านปลายสาย หลังได้จัดตั้งกลุ่มรวมตัวกันเพื่อขับเคลื่อนช่วยเหลือสังคม ที่จะเน้นช่วยไม่ว่าจะเป็นคนยากไร้ หรือหมาที่ไม่ได้รับการช่วยเหลือ หรือการช่วยเหลือไม่เพียงพอ และหน่วยงานเข้าไม่ถึงก็ตาม

เราจะเน้นเป็นสะพานบุญที่จะรับสิ่งของต่างๆ รวมทั้งออกเงินส่วนตัว เราเน้นที่จะไปลงในพื้นที่ไม่ว่าจะเข้าไปในป่าลึก เราเน้นไปให้ถึงมือ ไปช่วยสร้างซ่อมแซมครับ ก็ทำได้ตั้งแต่ปี 59 จนถึงตอนนี้ครับ ทั้งนี้ การช่วยเหลือจะอยู่ในจังหวัดสงขลา ทั้งไปเจอเอง หรือมีคนแจ้งมา รวมทั้งเห็นจากทางเฟซบุ๊ก ถ้าหากเคสไหนดัง มีคนช่วยเยอะแล้ว ก็จะไม่เข้าไปยุ่ง เว้นแต่พยายามร้องขอหน่วยงาน แต่ยังไม่มีใครช่วย จึงจะต้องเข้าไป

ถ้าผมทราบก็จะไปลงพื้นที่เบื้องต้นก่อน ดูความเดือดร้อน ว่าเราได้ลงไปดูกับตาเราแล้ว ผมจะไม่เชื่อสื่อเสมอไป เพราะตัวเราต้องไปดูเองว่า เขาเป็นอย่างนี้จริงนะ แล้วมีใครช่วยบ้าง ระดับไหน ยังขาดตกบกพร่องอะไร วิธีการช่วยเหลือก็จะมาวางแผนช่วยเหลือ บางเคสก็ต้องติดตามครับ แต่ว่าบางเคสเขาก็เสียชีวิตไป บางเคสก็ไปอยู่โรงพยาบาล ส่วนใหญ่ก็จะมีคนแจ้งมา หรือว่าผมถามไป แต่บางเคสที่หนักๆ ผมไปช่วย 7-8 ครั้ง เพราะว่าทุกๆ เคสจะไม่ได้ช่วยครั้งเดียว ก็จะไปอย่างน้อยๆ ก็ 2-3 ครั้งครับ แต่บางเคสเราก็ช่วยเยอะ แล้วก็ส่งต่อผ่านสื่อ ส่งต่อหน่วยงานอื่น

อย่างเคสของชายวัยชรา อายุ 85 อยู่กระต๊อบคนเดียวในสวนในป่า แล้วก็เลี้ยงหมาจรอีก 20-30 ตัว เรี่ยวแรงก็ไม่ค่อยจะมี สภาพก็ไม่ค่อยดี แล้วก็อยู่คนเดียวอีก น้ำไม่มีใช้ ไฟก็ไม่มีแถวนั้น น่าสงสารครับ” สำหรับการระดมเงินทุนเพื่อใช้ช่วยเหลือคนที่กำลังลำบากของชมรม ส่วนใหญ่จะเป็นคนรู้จักกัน ซึ่งอยู่ในกลุ่ม โดยจะมีการทักมาส่วนตัวบ้าง หรือโอนผ่านบัญชีอาสา

เวลาผมโพสต์การขอความช่วยเหลือก็แล้วแต่เขาจะสะดวก เป็นสิ่งของผมก็จะไปรับเป็นข้าวสาร เป็นของมือสอง ไปรับถึงบ้านครับ บางคนก็อยู่ไม่ไกล ก็เอามาให้ถึงหน้าบ้าน บางคนอยู่ไกล ทำงานมาเลเซีย ก็โอนเงินมาครับ ช่วงแรกๆ เงินส่วนตัวเยอะ เหมือนไปแต่ละครั้งก็ออกค่าน้ำมันเอง แล้วก็เงินส่วนตัวออกเพิ่มไปด้วย ให้รู้ว่าเราได้ช่วยเหลือด้วย จะไม่หวังคนอื่นเสมอไปครับ

แม้ว่าปัจจุบัน กอล์ฟจะสามารถช่วยเหลือผู้อื่นที่กำลังตกทุกข์ได้ยากมาหลายปี แต่เส้นทางชีวิตของเขากว่าจะสามารถแบ่งปันผู้อื่นได้นั้น เขาเคยผ่านความยากลำบากในชีวิต และต้องดิ้นรนเพื่อเอาตัวรอดในสังคมให้ได้เช่นกัน ตอนเด็กๆ ผมหนีออกจากบ้านเท้าเปล่า ไม่มีตังค์ นอนตามศาลเจ้า ตามหน้าบ้านเขา ปูกระดาษลังนอน แล้วก็เก็บขยะ สายไฟขายบ้าง ไปขโมยเงินตามศาลเจ้า ตอนนั้นเป็นเด็ก อายุ 11-12 ปี ที่จะลำบากมาก แล้วก็ต้องดิ้นรนทำงานอยู่หลายปี ทำเป็น 10 อาชีพครับที่ผ่านมา

จริงๆ ผมเกิดมาในตระกูลที่ดี มีฐานะร่ำรวย แต่พ่อมาเสียพอดี ผมก็ยังเด็ก แล้วคนดูแลมรดกไม่มีความเป็นธรรม ก็ทำให้ผมสู้มา จนฟ้องศาล ก็ดีขึ้นครับ ดีขึ้นช่วงอายุ 17 ปี ผมเป็นช่างตัดผมมา 4 ปี ได้ถือศีล 8 ปฏิบัติธรรมมา 4 ปี แล้วหลังจากนั้นก็ผมชอบเต้นด้วย ก็เลยใช้เวลาว่างในการซ้อมเต้น ประกวดเต้น ก็เลยมาทำงานเต้น รับงานอีเวนต์อยู่ประมาณ 15 ปี”

ไม่เพียงแค่นี้ กอล์ฟยังเล่าว่าในอดีตจะทำบุญกับวัด และมูลนิธิเป็นส่วนใหญ่ เพราะตนไม่เคยรู้ว่าการทำบุญยังมีอีกหลายรูปแบบที่จะสามารถส่งต่อความสุขไปถึงผู้อื่นได้ “ผมรู้ว่าการทำบุญในสมัยก่อนที่ผมเข้าใจคือ ต้องไปทำบุญที่วัด และมูลนิธิที่มีกำแพงกั้น อันนี้คือจุดสำคัญที่ตั้งพลังอาสาครับ ก็คือทำบุญแต่แบบนั้นมาตลอด แล้วผมไม่เคยคิดว่าการทำบุญมันมีอย่างอื่นด้วยเหรอ แล้วสิ่งที่เราไม่เคยเห็น เราก็ไปเจอ รับรู้ว่าเขาเดือดร้อนกว่านะ

ยอมรับว่าบางครั้งเราก็ต้องสละเวลาส่วนตัว เวลางาน บางครั้งเราก็ไม่ว่าง แต่พอเรารับรู้ถึงตรงนั้นแล้ว เขามีความทุกข์มาก เหมือนเราเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถ้าผมอยู่สภาพอย่างนั้นคนเดียว อายุมาก ป่วย หรืออยู่บ้านทรุดโทรม ฝนตกน้ำรั่ว น้ำไม่มีกินข้าวสารไม่มี ผมเข้าใจความรู้สึกตรงนั้นเลยต้องรีบไปช่วย แล้วก็พยายามโพสต์ลงสื่อในเฟซบุ๊ก ในเพจ ให้คนเห็นมาร่วมด้วย ใครอยู่ใกล้ก็ไปทำ ไปด้วยตัวเอง อยากให้คนไปสัมผัส คิดว่าจะช่วยไปตลอดครับ แต่อย่างน้อยจะเป็นสะพานบุญก่อน ถ้าไม่มีใครช่วยจริงๆ ผมก็ไปเองครับ”

ส่วนคำว่าพลังอาสา กอล์ฟได้ทิ้งท้ายว่า ได้มีการออกความคิดเห็นกันกับสมาชิกในกลุ่ม หลังจากนั้นจึงใช้ชื่อพลังอาสา เพราะการทำบุญให้แท้จริง จะใช้ทรัพย์อย่างเดียวไม่ได้ หรือจะมอบของอย่างเดียวแล้วจบก็ไม่ได้ แต่จะต้องใช้พลังในการยกของ เดินทาง ในการซ่อมแซม คือใช้พลัง ใช้เวลา และใช้ทรัพย์เป็นสะพานบุญ จึงจะสมบูรณ์ “อยากให้ทุกคนมีจิตอาสาอยู่ในตัวไม่ว่าเราจะเจอเหตุเฉียบพลันที่เราจะต้องช่วยต่อหน้าก็ดี หรือจะต้องวางแผนช่วยเหลือก็จงทำตอนที่เรามีชีวิตอยู่ มันเป็นความดีที่จะติดตัวเราไปชาติหน้าครับ มันสะสมไปเรื่อยๆ ครับ เป็นการยกระดับจิตใจของเราให้มีความเมตตา แล้วก็เสียสละแก่ผู้อื่นครับ”