เปิดประวัติ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ พระธุดงค์ ละทางโลก ไม่รับปัจจัย ตามรอยหลวงปู่มั่น ยิ่งรู้ยิ่งศรัทธา

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่น่ารัก ได้มาพบเจอกันอีกแลัว ก่อนอื่นแอดมินและทีมงานเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า ก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลงานของเรามาตลอด เราจะคอยสรรหานำเสนอเรื่องราวดีๆ และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทุกท่าน ให้ท่านได้อ่านเรื่องราวดีตลอดเราจะคอยนำเสนอเรื่องราวดีๆ และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่าน วันที่ชีวิตไม่ขาดทุน คือ วันที่ทำบุญ และให้อภัย วันที่ชีวิตมีกำไร คือ วันที่ตั้งใจทำความดี ฝากไว้เป็นข้อคิดเตือนใจค่ะ

หลวงตาบุญชื่น พระผู้เป็นที่ศรัทธาของญาติโยม ซึ่งหลายคนน่าจะได้ยินข่าวของหลวงตาบุญชื่น จากกระแสที่เป็นข่าว มีผู้คนอยากรู้ว่า.. หลวงตาบุญชื่น คือใคร ขอนำเสนอ ประวัติ หลวงตาบุญชื่น ปัญญาวุฑโฒ วัดธาตุจำปา บ้านเสาเล้าใหญ่ ตำบล โพนสวรรค์ อำเภอ โพนสวรรค์ จ. นครพนม พระธุดงค์เดินเท้าเปล่า เชียงราย-นครพนม ละทางโลก ไม่รับปัจจัย ตามรอยสายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต พระแท้ ไม่ยึดติด ไม่ร้องไห้. ไม่อวด ไม่หลงวัตถุนิยม สมควรแก่การเคารพกราบไหว้บูชา..

หลวงตาชื่น เปิดเผยว่า เดิมมีชีวิตพื้นฐานเกิดที่บ้านเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เคยมีชีวิตครอบครัวมาก่อน และต่อสู้สร้างครอบครัวมาตลอด โดยในช่วงเป็นหนุ่ม หลวงตาเคยเป็นทหารเกณฑ์ และได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียดนาม ประมาณปี 2512 สังกัดพลกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี และเคยผ่านการฝึกรบพิเศษอยู่ในค่ายเป็นเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการ ได้เหรียญทหารผ่านศึก กลับมาสร้างชีวิตครอบครัว แต่งงานมีลูกทั้งหมด 4 คนจากนั้นเมื่อดูแลบุตรทั้งหมด สร้างครอบครัวหมดแล้ว จึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมของชีวิต อยากเห็นความสงบในชีวิต เพราะชอบศึกษาธรรมะ และชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น จึงเข้าอุปสมบท ตัดทางโลกเข้าสู่ทางธรรมเมื่อปี 2552 ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่าธรรมยุติ เดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่จำวัด ทุกปีจะไปจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียงสิริขันธ์ บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร มาต่อเนื่อง 4 ปี

หลวงตาชื่น กล่าวอีกว่า ทุกปี ตั้งแต่ปี 2559 ได้ตั้งมั่นจาริกธรรม เดินธุดงค์มาจากภาคเหนือ แต่ขาไปขึ้นรถไปกับคณะพระสงฆ์หลายวัด มาปีนี้ได้ตั้งมั่นเดินทางไปกลับด้วยการธุดงค์จนกลับมาถึงบ้านเกิด ในระหว่างทางมีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสาร อายุมาก แต่ตนได้บอกว่า ตนต้องการบำเพ็ญเพียร แสวงบุญ เดินธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะเจ็บป่วย เนื่องจากสละทุกอย่างแม้แต่สังขาร เพราะต้องการเข้าถึงสัจธรรมและในปีนี้หลังออกพรรษาจะเดินจาริกธุดงค์เหมือนทุกปี สำคัญที่สุดคือกิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด มีบิณฑบาต ทำวัดเช้าเย็น สวดมนต์ เจริญภาวนา และศึกษาธรรมะ หากญาติโยมที่ต้องการสนทนาธรรม ยินดี และจะจำวัดที่พักสงฆ์ ถึงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อบำเพ็ญเพียร ถึงร่างกายจะชรา อีกทั้งมีโรคเลือดจาง แต่ไม่ได้กังวล เพราะสละทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามสังขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปี

จากการสอบถาม นางตาล อุ่นเพียรโสม อายุ 66 ปี ชาวบ้านเสาเล้า และลูกสาวคนโต คือ นางบานเย็น บุพศิริ อายุ 46 ปี ทั้งสองได้เปิดเผยว่า หลวงตาในช่วงวัยหนุ่ม เป็นคนขยัน มุมานะ อดทน สร้างครอบครัว ต่อสู้เพื่อครอบครัวมาตลอด และชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ ที่จำได้เคยบอกครอบครัวเสมอ พอถึงวัย 60 ปี หลังจากลูกทุกคนมีครอบครัว จะขอลาบวชไปใช้ชีวิตทางธรรม สละทางโลก ถึงปี 2552 อายุได้ 60 ปี ได้ขอลาครอบครัวไปบวช ซึ่งทุกคนไม่ขัดข้อง ขออนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น เพราะเป็นความตั้งใจถึงแม้ห่วง คิดถึง แต่ถือว่าเป็นสิ่งที่หลวงตาชอบทุกปี ตลอดการบวชกว่า 10 ปี จะไม่จำวัดอยู่กับที่ จะไปจาริกธุดงค์ทั่วประเทศตามพระอาจารย์ที่รู้จัก ปกติจะไม่ได้ติดต่อ ไม่มีมือถือ ไม่มีการติดต่อกลับมา เพราะหลวงตาบอกกับครอบครัวว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะเห็นกลับมา หากทราบข่าวเสียชีวิตหรือเจ็บป่วยค่อยไปดูแล หรือเจ็บป่วย ในป่า ขอให้เป็นไปตามธรรมชาติ หากไม่มีคนพบเห็น เพราะสละทางโลกแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นต้องรับได้หมด จนกระทั่งล่าสุด ทางครอบครัวดีใจมากและอนุโมทนาบุญกับหลวงตาชื่น

จากการสอบถามหลวงตาบุญชื่น เปิดเผยว่า เดิมมีชีวิตพื้นฐานเกิดอยู่ที่บ้านทุ่งนาเสาเล้า ต.โพนสวรรค์ อ.โพนสวรรค์ จ.นครพนม เคยมีชีวิตครอบครัวมาก่อน และต่อสู้สร้างครอบครัวมาตลอด จนมีช่วงเป็นหนุ่ม หลวงตาเป็นทหารเกณฑ์ จนได้รับคัดเลือกไปสู้รบในยุคสงครามเวียดนาม ประมาณปี พ.ศ.2512 สังกัดพลกองพันปืนใหญ่ จ.อุดรธานี และเคยผ่านการฝึกรบพิเศษ อยู่ในค่ายเป็นเวลา 2 ปี ก่อนปลดประจำการ ได้เหรียญทหารผ่านศึก กลับมาสร้างชีวิตครอบครัวแต่งงานมีบุตรทั้งหมด 4 คน จากนั้นเมื่อดูแลบุตรทั้งหมดสร้างครอบครัวหมดแล้วจึงขอครอบครัวลาบวช เพราะต้องการหาสัจธรรมของชีวิต อยากเห็นความสงบลงในชีวิต เพราะชอบศึกษาธรรมะ และชอบศึกษาหลักธรรมคำสอนของหลวงปู่มั่น จึงเข้าอุปสมบท ต้องทางโลกเข้าสู่ทางธรรม เมื่อปี พ.ศ.2552 ที่วัดบ้านเกิด จากนั้นได้แสวงบุญเป็นพระสายป่า ธรรมยุตต์ เดินธุดงค์ไปหลายที่ ไม่จำวัด ทุกปีจะไปจำวัดตามป่าเขา ก่อนนี้ไปจำพรรษาในถ้ำเตียงศิริขันธ์บนเทือกเขาภูพาน จ.สกลนคร มาต่อเนื่อง 4 ปี

หลวงตาบุญชื่น กล่าวอีกว่า ทุกปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ได้ตั้งมั่นจาริกธรรมเดินธุดงค์มาจากภาคเหนือ แต่ขาไปขึ้นรถไปกลับคณะพระสงฆ์หลายวัด มาปีนี้ ได้ตั้งมั่นเดินทางไปกลับ ด้วยการธุดงค์จนกลับมาถึงบ้านเกิด ในระหว่างทางมีญาติโยมนิมนต์ขึ้นรถเพราะสงสาร อายุมาก แต่ตนได้บอกว่า ตนต้องการบำเพ็ญเพียรแสวงบุญ เดินธุดงค์ตามรอยหลวงปู่มั่น ไม่ขอขึ้นรถ ไม่ต้องช่วยขนสัมภาระ ขอรับถวายเพียงน้ำเปล่า และไม่กลัวว่าจะไม่สบาย

เนื่องจากสละทุกอย่างแม้แต่สังขาร เพราะต้องการเข้าถึงสัจธรรม พระแท้ที่กราบไหว้ได้สนิทใจ และในปีนี้ หลังออกพรรษาจะเดินจาริกธุดงค์เหมือนทุกปี สำคัญที่สุดคือ กิจของสงฆ์จะต้องไม่ขาด มีบิณฑบาตร ทำวัตรเช้าเย็น สวดมนต์เจริญภาวนา และศึกษาธรรมะ หาญาติโยมที่ต้องการสนทนาธรรม ยินดีและจะจำวัดที่พักสงฆ์ ถึงสิ้นเดือนมกราคม ก่อนจะจาริกธุดงค์ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อบำเพ็ญเพียร สละทุกอย่างแล้ว ปล่อยให้เป็นไปตามสั่งขาร ตราบใดเดินไหวยังจะแสวงบุญทุกปี จากการสอบถามผู้ติดตามหลวงตาบุญชื่น บอกเล่าว่าหลวงตาเป็นผู้ขยัน มุ่งมานะ อดทน ต่อสู้กับชีวิตมาตลอด และชอบทำบุญเป็นชีวิตจิตใจ ทุกคนต่างศรัทธาและเลื่อมใสหลวงตาบุญชื่นมาก

เรียบเรียงโดยเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า