เทคนิคปลูก เมล่อน ในโรงเรือน รายได้ดีกว่าทำนา 5 ไร่

เมล่อน ( melon ) เมล่อน รสหวานมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวนิยมรับประทานกันมากในปัจจุบัน มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงเป็นแหล่งวิตามินเอและวิตามินซี ที่มีส่วนช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งสวยงาม มีแคลเซียมที่ช่วยเรื่องกระดูกและฟัน เป็นผลไม้ที่มีเส้นใยสูงมากช่วยทำให้อิ่มและลดการสะสมของน้ำตาลในเลือด เอนไซม์ในน้ำเมล่อน มีสรรพคุณช่วยต้านอนุมูลอิสระและลดกระบวนการทางเคมีภายในร่างกาย ส่งผลให้ลดระดับความเครียดของคนเราลงได้

การเพาะกล้าเมล่อน
1 แช่เมล็ดเมล่อนด้วยน้ำอุ่น 4 ชั่วโมง มาบ่มในผ้าสะอาดหมาดน้ำ (หรือวางบนกระดาษทิชชู) ใส่ในกล่องพลาสติก กล่องโฟม หรือกระติกน้ำปิดฝาทิ้งไว้ 1 คืน เพื่อให้รากเมล่อนแทงออกมาจากเมล็ดเล็กน้อย

2 นำเมล็ดไปเพาะต่อในดินมีเดีย (พีทมอส) หรือวัสดุเพาะสำเร็จซึ่งเป็นวัสดุปลูกสูตรสำเร็จ เหมาะสำหรับต้นกล้าทุกชนิด อุ้มน้ำได้ดีแต่ไม่แฉะ ช่วยรักษาระดับความชื้นให้ต้นกล้า (pH เป็นกลาง) สะอาด ปราศจากเชื้อรา ซึ่งเป็นสาเหตุโรคพืช
3 รดน้ำให้ดินชุ่มชื้น หยอดเมล็ดให้อยู่ตรงกลาง และกลบด้วยดินมีเดียบางๆ พร้อมกับรดน้ำให้ชุ่มชื้น นำถาดเพาะกล้าไปเก็บในที่ที่มีแสงแดด หรือเก็บที่โรงเรือนเพาะที่ได้รับแสงแดดเต็มที่

การปลูกและดูแลเมล่อน
1 เริ่มจากเตรียมกระถาง กระบะ หรือภาชนะที่มีความลึกอย่างน้อย 30 เซนติเมตร ผสมดินสำหรับปลูก โดยใช้ดิน 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก/ปุ๋ยคอก 1 ส่วน และแกลบดำ 1 ส่วน ผสมส่วนผสมทั้งหมดลงดิน แล้วใส่ลงในกระถาง

2 ต้นกล้าเมล่อนระยะ 7-10 วัน มีใบเลี้ยง 2 ใบ และมีใบจริง 1 ใบ ก็จะย้ายกล้าปลูกลงแปลงเลย ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการย้ายกล้าคือ ช่วงเย็น เพราะอากาศจะไม่ร้อน

3 ตัดแต่งเด็ดแขนงออกเป็นประจำ หลังปลูกได้ประมาณ 8-10 วัน ต้นเมล่อนเริ่มจะมีแตกแขนงข้างเล็กๆ ออกมา แขนงมีขนาดเล็ก ก็จะเด็ดออกก่อน ไม่ปล่อยให้ยาวมากถึงค่อยเด็ดออก เพราะถ้าเราสามารถเด็ดออกได้เร็ว ต้นก็จะโตทางยอดได้เร็ว

4 อายุต้นได้ประมาณ 15 วัน ก็จะต้องเริ่มมัดต้นให้ต้นตั้งตรงเลื้อยขึ้นเชือก การมัดต้นถ้าทำได้เร็วต้นจะตรง ควรจะต้องมีใบ 25-30 ใบ เพื่อให้เพียงพอสำหรับการเลี้ยงผลให้ได้คุณภาพ

5 ที่เด็ดแขนงข้างออกในทุกๆ เมื่อต้นเมล่อนมีใบหรือช่วงข้อหรือใบที่ 8-12 ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เหมาะสม ติดผลและเลี้ยงผลได้มีคุณภาพที่สุด

6 หลังมีการปล่อยไว้แขนงเพื่อให้เกิดดอกตัวเมียที่กิ่งแขนง ราวๆ 28-30 วัน หลังปลูกดอกตัวเมียจะเริ่มบาน ส่วนดอกตัวผู้จะออกมาตลอดทุกๆ ข้อ ตามลำต้น

7 หลังปลูก 20 วัน สังเกตว่าดอกตัวเมียเริ่มบาน ก็จะต้องมาช่วยผสมเกสรทุกๆ เช้า ช่วงเวลาประมาณ 07.00-11.00 น. ของทุกๆ วัน เนื่องจากดอกตัวเมียจะบานในช่วงเวลาเช้า

วิธีการผสมดอก และการคัดเลือกผล
1 เด็ดดอกตัวผู้ที่สวย ดูสมบูรณ์ มาใช้มือฉีกเด็ดกลีบดอกตัวผู้ทิ้งไปให้หมด จากนั้นก็จะนำเกสรไปแต้มให้ทั่ว เขี่ยวนไปสัก 2-3 รอบ เพื่อความมั่นใจให้ติดผลดี

2 เมื่อผสมเสร็จ 1-2 วัน ดอกตัวเมียที่ได้รับการผสมที่ดีก็จะกลายเป็นผลอ่อนขนาดเล็ก ใน 1 ต้น อาจจะมี 3-5 ผลอ่อน

3 เมื่อต้นเมล่อนติดผลมีขนาดเท่าไข่ไก่ ให้ตัดสินใจเลือกไว้แค่ผลเดียว ที่ทรงผลสวยสุด ลักษณะผลรียาว ผิวสวย จากนั้นต้องเร่งแต่งแขนงผลที่ไม่ต้องการ เพื่อให้อาหารส่งมายังผลที่เราเลือกเอาไว้

4 หลังจากปลูก 35 วัน จะเป็นการแขวนผล การแขวนผลจะใช้เชือกฟาง เพราะมีความอ่อนนุ่ม ไม่บาดขั้วผล การแขวนผลนั้นจะช่วยให้ต้นไม่ต้องรับน้ำหนักมาก เมื่อใบเมล่อนมีประมาณ 25-30 ใบ (นับจากใบล่างสุดขึ้นไป) ประมาณ 40 วัน ก็จะต้องตัดปลายยอดทิ้ง เพื่อให้อาหารถูกส่งมาเลี้ยงที่ผลเพียงอย่างเดียว

การให้น้ำ ปัจจุบันนิยมใช้ระบบการให้น้ำแบบหยดซึ่งเป็นการให้น้ำแก่ต้นแตงที่ในบริเวณรากของต้นแตงแต่ละต้นโดยตรง ซึ่งเป็นวิธีที่ประหยัดน้ำกว่า และยังสามารถผสมปุ๋ยและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชบางชนิดลงไปในระบบน้ำหยดได้ด้วย

การให้ปุ๋ย ในระหว่างการเตรียมดินก่อนปลูก ได้มีการใส่ปุ๋ยรองพื้นให้แก่ต้นเมล่อนครั้งหนึ่งแล้ว แต่หลังการย้ายปลูกต้องมีการใส่ปุ๋ยเคมีเพิ่มเติมอีกเป็นระยะๆ ในช่วงก่อนออกดอก ช่วงกำลังออกดอกและติดผลอ่อน และช่วงก่อนผลแก่ ดังนี้ – หลังย้ายปลูก 7 วัน ให้ใส่ปุ๋ย 15 – 15 – 15 ที่โคนต้นเมล่อนในปริมาณ 15 กรัม/ต้น
– เมื่ออายุประมาณ 25 วัน และ 50 วัน โรยปุ๋ย 15 – 15 – 15 อัตรา 20-25 กรัม/ต้น
– และเมื่ออายุ 65 วัน ใช้ปุ๋ย 15 – 15 – 15 ร่วมกับปุ๋ย 0 – 0 – 60 20-25 กรัม/ต้น

การเก็บเกี่ยว เมื่อผลเมล่อนสุกแก่ จะมีการเปลี่ยนแปลงลักษณะภายนอก คือ ในพันธุ์ที่ผิวมีร่างแหจะพบว่าร่างแหเกิดขึ้นเต็มที่คลอบคลุมทั้งผล ผิวเริ่มเปลี่ยนสีและอ่อนนุ่นลง และในบางพันธุ์เริ่มมีกลิ่นหอมเกิดขึ้น อายุเก็บเกี่ยวของเมล่อนที่เหมาะสมนั้นขึ้นกับพันธุ์ ซึ่งมีทั้งพันธุ์เบา ที่มีอายุการเก็บเกี่ยว 60 – 65 วัน พันธุ์ปานกลางมีอายุเก็บเกี่ยว 70 – 75 วัน พันธุ์หนักที่มีอายุเก็บเกี่ยวเกินกว่า 80 – 85 วัน

ก่อนการเก็บเกี่ยว 1 สัปดาห์ให้ค่อยๆ ลดปริมาณการให้น้ำแก่ต้นเมล่อนลงทีละน้อย จนถึง 2 วันก่อนเก็บเกี่ยว ให้ลดน้ำลงจนกระทั่งต้นเกิดอาการเหี่ยวในช่วงกลางวัน การทำเช่นนี้จะช่วยเพิ่มเปอร์เซ็นต์น้ำตาลในผลเมล่อนและลดปัญหาการแตกของผลเมล่อนก่อนการเก็บเกี่ยว เมล่อนที่จัดว่ามีความหวานอยู่ในเกณฑ์ที่ดี เป็นที่ต้องการของตลาด ควรมีค่าความหวานอยู่ที่ประมาณ 14 องศาบริกซ์ ขึ้นไป หรืออย่างน้อยต้องไม่ต่ำกว่า 12 องศาบริกซ์

เรียบเรียงโดย ธรรมเกษตรก้าวหน้า