Monday, 15 April 2024

เทคนิคการปลูก “ไม้สัก” ทำยังไงให้โตเร็ว และขายได้ราคาดี

ไม้ สัก ไทย เป็น ไม้ ที่ มี คุณ ค่า ทาง เศรษฐ กิจ และเป็นไม้อีกหนึ่งประเภทมีราคาแพงมากในตลาดโลก อีกทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปและเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ประเทศไทยยังเป็นผู้นำ อันดับ 1 ของเอเชีย

ไม้สักธรรมชาติ และ สวนป่าของพม่าที่ผลิตออกมาได้ ประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าเป็น อันดับ 1 เฉลี่ยปีละ 150,000-200,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ เนื่องจากไม้สักธรรมชาติ และ ปลูกในประเทศไม่เพียงพอต่อการผลิตในประเทศจึงจำเป็นต้องนำเข้าปีละ 200,000 ลูกบาศก์เมตร จากป่าธรรมชาติของประเทศเพื่อนบ้าน

เกษตรกรที่ปลูกไม้สัก จำเป็นต้องจัดการ-บำรุงสวนสัก ให้ถูกหลักวิชาวนวัฒนวิทยาและพืชสวน จึงจะสามารถผลิตไม้สักขนาดโต 110 เซนติเมตร ความยาวซุงท่อนแรก 6.50 เมตร ในอายุ 15-16 ปี ได้ในอนาคตและ จำเป็นต้องพื้นที่ป่า จึงอาจกล่าวได้ว่า เ ก ษ ต ร ก ร ไ ท ย นั้นเก่งที่สุดในโลก เพราะผลิตสินค้าล้นตลาดจนราคาตกต่ำทุกชนิด ยกเว้นแต่ไม้สักเท่านั้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและไม้สักในสวนป่า ไม้สักในสวนป่าของเกษตรกรจะเจริญเติบโตดีมากแค่ไหน ขึ้นกับปัจจัย 3 ประการ คือ
1. คุณภาพ ดิน ฟ้า อากาศ ของพื้นที่ปลูก
2. กรรมพันธุ์ของต้นสักที่ใช้ปลูก
3. การจัดการดูแลสวนสักที่เหมาะสม

การเจริญเติบโตของไม้สักในธรรมชาติและสวนป่า จะเจริญเติบโตได้ดีมากๆนั้น ได้มีผู้ศึกษาและรายงานไว้ ดังนี้
1. ต้นสักจะเจริญเติบโตได้ดีในลักษณะพื้นที่เป็นลูกคลื่นลอนลาด เป็นหุบเขาถึงเนินเขา บริเวณไหล่เขา ริมฝั่งน้ำและริมตลิ่ง ซึ่งน้ำไม่ท่วมขังก็ขึ้นได้ดี (ดินทรายจัด ดินเหนียว ดินลูกรัง จะเจริญเติบโตไม่ดี)

2. ไม้สักจะเจริญเติบโตดี ในดินที่มีความร่วนซุยและชุ่มชื้นดี ได้แก่ ดินร่วนปนทราย ถึงดินร่วนเหนียวปนทราย ซึ่งมีการระบายน้ำดีและดินลึก

3. ไม้สักเจริญเติบโตได้ดี ในดินที่มีสภาพเป็นกลางหรือด่างเล็กน้อย โดยมีค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ระหว่าง 6.5-7.5 ปริมาณน้ำฝนที่พอเหมาะต่อการเจริญเติบโตและคุณภาพเนื้อไม้ มีฤดูแล้งสลับกับฤดูฝนทำให้มีเนื้อไม้ มีลวดลายวงปีชัดเจน ระดับความสูงของพื้นที่ไม่เกิน 700 เมตร จากระดับน้ำทะเล

4. ปริมาณไนโตรเจน ความลึกของดินและปริมาณน้ำฝน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการเจริญเติบโตของไม้สักที่ปลูก

จากข้อมูล แสดงว่าต้นสักจะเจริญเติบโตดี ต้องอาศัยปุ๋ย น้ำ และการป้องกันโรคแมลง ให้ใบสามารถสังเคราะห์แสงได้สูงสุดในทุกๆ ปี ดังนั้น เกษตรกรที่ปลูกต้นสักจะต้องดูแลสวนสักเหมือนสวนผลไม้ ให้น้ำ-ปุ๋ย และป้องกันโรคแมลงทุกปี ต้นไม้สักจึงจะเติบโตเร็วและขายได้ราคาแพง

ไม้สักไทย เป็นไม้ที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ และเป็นไม้อีกหนึ่งประเภทมีราคาแพงมากในตลาดโลก อีกทั้งอุตสาหกรรมแปรรูปและเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก ประเทศไทยยังเป็นผู้นำ อันดับ 1 ของเอเชีย

ไม้สักธรรมชาติและสวนป่าของพม่าที่ผลิตออกมาได้ ประเทศไทยเป็นผู้ซื้อ อันดับ 1 เฉลี่ยปีละ 150,000-200,000 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ เนื่องจากโรงงานไม้สักในประเทศไทยออกแบบไว้สำหรับไม้ขนาดใหญ่จากธรรมชาติ

เกษตรกรที่ปลูกไม้สัก จำเป็นต้องจัดการ-บำรุงสวนสัก ให้ถูกหลักวิชาวนวัฒนวิทยาและพืชสวน จึงจะสามารถผลิตไม้สักขนาดโต 110 เซนติเมตร ความยาวซุงท่อนแรก 6.50 เมตร ในอายุ 15-16 ปี ได้ จึงอาจกล่าวได้ว่าเกษตรกรไทยนั้นเก่งที่สุดในโลก เพราะผลิตสินค้าล้นตลาดจนราคาตกต่ำทุกชนิด ยกเว้นแต่ไม้สักเท่านั้น


ปัจจัยที่มีผลต่อการเจริญเติบโตและไม้สักในสวนป่า ไม้สักในสวนป่าของเกษตรกรจะเจริญเติบโตดีมากแค่ไหน ขึ้นกับปัจจัย 3 ประการ คือ
1. คุณภาพ ดิน ฟ้า อากาศ ของพื้นที่ปลูก
2. กรรมพันธุ์ของต้นสักที่ใช้ปลูก
3. การจัดการดูแลสวนสักที่เหมาะสม

ถ้าหากเกษตรกรของไทยสามารถปลูกไม้สักพันธุ์ดี และสามารถดูแลได้แบบสวนผลไม้ หรือสวนยางพารานั้น จะทำให้เกษตรกรของไทยนั้นมีโอกาสร่ำรวย และหลุดพ้นหนี้สินอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก sentangsedtee.com