Thursday, 29 February 2024

เตือน !!ชีวิตคนเราไม่แน่นอน อย่าประมาทใช้เงิน ฟุ่มเฟือยเพราะอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้

ในชีวิตของคนเราทุกคน ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆเพราะอะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ แม้แต่เรื่องที่เราไม่เคยคาดคิดกันมาก่อนก็ยังเกิดมาแล้ว

อย่างโควิดที่ส่งผลกระทบไปแถบจะทุกประเทศเป็นเวลาหลายเดือน จนเศรษฐกิจย่ำแย่ไปทั่วโลกในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% ซึ่งดูเหมือนว่าในบ้านเราก็ใกล้จะถึงจุดนั้นแล้วเช่นกัน เราทุกคนควรจะใช้ชีวิต ใช้จ่ายเงินกันอย่างไร หรือต้องปรับตัวต้องเจอกับอะไรบ้าง มาดูกันว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

1. คำว่า อิสรภาพทางการเงิน จะเอื้อมถึงได้ยากขึ้น
เดี๋ยวนี้ใครๆก็ชอบพูดเรื่อง อิสรภาพทางการเงินกันมากขึ้น หรือที่ชอบเรียกกันว่า Passive Income เป็นการที่มีรายได้เข้ามามากกว่ารายจ่าย แบบที่เราไม่ต้องทำงาน เป็นการสร้างอิสรภาพทางการเงินให้ตัวเอง ซึ่งคนสมัย
ก่อนจะนิยมฝากเงินเพื่อหวังจะเอาดอกเบี้ยได้บ้าง แต่ถ้ามองดูยุคปัจจุบัน เราคงทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว และยิ่งลงทุนผิดที่กลายเป็นว่าเราจะต้องทำงานไปตลอดชีวิต และไม่มีคำว่า “อิสรภาพทางการเงิน” ให้เราได้เข้าใกล้ได้เลย

2. เงินจะหายากมากขึ้น
ลองดูทุกวันนี้สิ ว่าคนเริ่มจับจ่ายใช้สอยกันน้อยลงขนาดไหน นี่ยังไม่รวมกับวิกฤตโควิด ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้จนส่งผลกระทบในวงกว้าง และหากในอนาคตที่ธนาคารทั่วโลกจะให้ดอกเบี้ยเงินฝาก 0% เท่ากับคนที่ฝากเงิน
ในธนาคารจะไม่ได้ดอกเบี้ยเลย คุณรู้ไหมว่า เงินที่สามารถงอกเงยจากระบบดอกเบี้ยนั้น มีถึงแสนล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว และถ้าเงินส่วนนี้หายไปกลายเป็น 0 คิดภาพดูสิว่าเงินหายไปจากเศรษฐกิจ ชีวิตประจำวันขนาดไหน เมื่อเงินหายไป กำลังการซื้อก็ลดลงด้วยเช่นกัน

3. ผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงาน
ปกติแล้วในวัยสูงอายุ คนวัยนี้ส่วนใหญ่ก็มักจะวางแผนก่อนวัยเกษียณ เพื่อให้มีเงินเก็บเงินก้อนไว้ใช้หลังเกษียณได้มากเพียงพอที่จะสามารถฝากธนาคาร และหวังเก็บดอกเบี้ยกินได้บ้าง แต่ถ้าหากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ยก็จะทำให้เงินก้อนค่อยๆถูกใช้ไปจนหมดและก็กลายเป็นว่าผู้สูงอายุต้องกลับมาทำงานเพื่อหาเงินเลี้ยงตัวเองอีกครั้ง

4. ความเหลื่อมล้ำจะมากขึ้น
หากเงินฝากไม่มีดอกเบี้ย ก็จะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคมเพิ่มมากขึ้นได้เช่นกัน คนรวยที่มีอยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นต์ก็จะยิ่งรวยขึ้น ในขณะที่คนยากจน คนที่หาเช้ากินค่ำไม่มีเงินเหลือเก็บ และยิ่งการวางแผนทางการเงินไม่มี หรือลงทุนไม่เป็น ไม่มีความรู้ในการลงทุนให้เงินงอกเลยได้เลยก็ต้องทำงานหนักแบบนี้ไปตลอดชีวิต

5. เงินจะอยู่เหนือคนมากยิ่งขึ้น
เมื่อเงินหายากมากขึ้น ก็ยิ่งมีค่ามากขึ้นและคนก็จะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้มันมา โดยที่จะไม่สนว่าต้องทำให้ใครรู้สึกแย่ เรียกว่าไม่แคร์กับผลที่ตามมาเลยก็ว่าได้

6. หลังจากยุคดอกเบี้ย 0% ทุกอย่างจะแย่ลงไปอีก
นั่นเป็นเพราะว่าเงินจะล้นระบบ แต่ไม่ใช่เงินมีมากสำหรับทุกคนหรอกนะ เมื่อเงินล้นระบบ จะล้นไปอยู่ที่มือคนรวยซึ่งคนรวยมีจำนวนที่น้อยมากๆเมื่อเทียบกับคนยากจน จึงเกิดการใช้จ่ายที่น้อยตามไปด้วย
และเมื่อใช้จ่ายน้อย ก็จะส่งผลจากเล็กๆเช่น พ่อค้าแม่ค้าไม่มีคนซื้อ ของก็จะขายไม่ได้ ตลาด ห้างสรรพสินค้าไม่มีคนเดิน คนส่วนมากไม่มีเงินที่จะเอาไปใช้จ่ายให้เงินหมุนเวียนเศรษฐกิจ และพอเศรษฐกิจไม่ดี ทั้งบริษัททั้งโรงงาน ก็ต้องปิดตัวลง พนักงานและคนงาน ก็ต้องตกงาน กลายเป็นล้มไปหมดทั้งระบบ

7. คอรัปชั่น และการโกงจะมากขึ้น
แน่นอนว่าเงินยิ่งหายาก การมีโอกาส หรือหนทาง ก็ต้องคว้าเอาไว้ และมันทำให้คนขาดจิตสำนึกได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ยอมทำทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่สนใจว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดหรือถูก

8. ครอบครัวมีปัญหามากขึ้น
สมัยก่อนผู้ชายจะเป็นคนออกไปทำงาน หาเงินเพื่อมาเลี้ยงครอบครัว ผู้หญิงจะอยู่บ้านคอยดูแลงานบ้าน และเลี้ยงลูก ทำให้มีเวลาอยู่กับลูกได้ตลอด แต่พอมายุคนี้ ทั้งพ่อและแม่ก็ออกไปทำงานนอกบ้าน และยิ่งยุคที่เงินหายาก
ยิ่งต้องทำงานมากขึ้นไปอีก เพราะหาเงินมาก็ไม่พอค่าใช้จ่าย ลูกก็ไม่มีใครอยู่ด้วย และยิ่งมีการทำโอทีกลับบ้านดึกดื่น ยิ่งไม่มีเวลาเจอหน้ากันเลยในแต่ละวัน และเมื่อพ่อแม่ทำแต่งานไม่มีเวลาให้ครอบครัว ก็ทำให้ลูกเริ่มมีปัญหาและเป็นปัญหาสังคมต่อไปอีก

9. เงินเฟ้อแฝง
นอกจากดอกเบี้ยเงินฝากในบัญชีจะไม่มีแล้ว ค่าครองชีพก็ยังเพิ่มขึ้นทุกปี หากลองมองย้อนกลับไปในอดีต จะเห็นว่าค่าครองชีพนั้น สูงขึ้นรื่อย ๆ เงิน 40 บาท ที่เมื่อก่อนซื้อก๋วยเตี๋ยวได้ 2 ชาม เดี๋ยวนี้ก็ซื้อได้แค่ชามเดียว เรามีเงินเท่าเดิมในขณะที่ข้าวของทุกอย่างแพงขึ้น ซื้อของได้น้อยลง นี่แหละที่เรียกว่า เงินเฟ้อแฝงก็คือ “ค่าครองชีพ”

แหล่งที่มา: kiddpan