เคล็ดลับ เจ้าของสวนบอก “วิธีปลูกมัลเบอร์รี่” ง่ายๆ ให้ได้ลูกดก-ผลผลิตดี แถมเก็บกินได้ทั้งปี

หม่อน หรือ มัลเบอร์รี ภาคอีสานเรียก มอน เป็นพืชอาหารตามธรรมชาติชนิดเดียวของหนอนไหม และเป็นหัวใจสำคัญของการประกอบอาชีพการปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ปริมาณผลผลิตและคุณภาพ รังไหมจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับคุณภาพใบหม่อน หม่อนเป็นพืชที่มีอายุนาน 80-100 ปี

ถ้าไม่ได้รับความกระทบกระเทือน จากการเก็บเกี่ยวหรือ โรคแมลงศัตรู สามารถเจริญได้ดีตั้งแต่เขตอบอุ่นถึงเขตร้อน หม่อนที่เกิดในเขตอากาศหนาว จะหยุดพักไม่เจริญเติบโต นับตั้งแต่ปลายฤดูใบไม้ร่วงจนถึงฤดูใบไม้ผลิ ผลหม่อนสามารถรับประทานได้ สารสกัดด้วยเมทานอลจากกากหม่อนที่เหลือจากการทำน้ำผลไม้มีฤทธิ์กำจัดอนุมูลอิสระ

มัลเบอรี่ (Mulberry) หรือลูกหม่อน เป็นผลไม้รสหวานลูกเล็ก ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหาร ทั้งยังเชื่อกันว่ามีคุณประโยชน์ ต่อสุขภาพสารพัด จึงเป็นที่นิยมในการบริโภคมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลังมานี้

ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลการศึกษามากพอที่จะสรุปได้ว่าการรับประทานมัลเบอรี่หรืออาหารเสริมที่สกัดจากผลไม้ชนิดนี้เพื่อจุดประสงค์ทางการ รักษาโรคนั้นปลอดภัยต่อสุขภาพหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ในกรณีต่อไปนี้ควรระมัดระวังการใช้มัลเบอรี่เป็นพิเศษ

คนแห่มาปลูกกันมากขึ้น วันนี้เราจึงขอแนะนำวิธีการปลูกให้ได้ผลผลิตที่เหมาะสม
1. ต้องปลูกหม่อนอย่างน้อย 3 ต้น
ถามว่าจะปลูกมากกว่านี้ได้หรือไม่ คำตอบคือได้ครับ เช่น เพิ่มเป็น 8 ต้นหรือ 12 ต้น จะทำให้หม่อน 2-3 ต้น มีผลสุกพร้อมให้เก็บผลผลิตถัดกันไป ทำให้จะมีผลหม่อนต่อเนื่อง

2. เตรียมต้นหม่อนที่จะปลูก
สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายต้นไม้พันธ์ ไม้ต่างๆ หรืออาจทำการปักชำเองก็ได้ ถ้ามีต้นหม่อน

3. ระยะปลูก
ปลูกเป็นแถว แต่ละต้นห่างกัน 4 เมตร เพื่อเผื่อรัศมีทรงพุ่มไว้อย่างน้อย 2.00 เมตร หรือจะปลูกในแปลงพื้นที่สี่เหลี่ยมด้วยระยะปลูก 4.00 x 4.00 เมตรก็ได้

4. การเตรียมหลุมปลูก
ขุดหลุมลึก 50 x 50 x 50 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วย ปุ๋ยคอก ต่อหลุม ใส่ปูนขาว ประมาณ 1 กิโลกรัมต่อหลุม และปุ๋ย สูตร 15-15-15 อัตรา 250 กรัมต่อหลุม หรือจะให้แม่นยำต้องใส่ตามค่าการวิเคราะห์ดิน คลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วกลบหลุมด้วยหน้าดินให้พูนเล็กน้อย

5. ขุดดินบนหลุมที่เตรียมไว้ให้ลึกพอประมาณ
แล้วนำต้นหม่อนที่เตรียมไว้ลงปลูก กลบดินให้แน่น แล้วรดน้ำให้ชุ่ม

6. ต้องโน้มกิ่งหม่อนปีละ 1 ครั้ง
เพื่อให้ง่ายต่อการเก็บผลผลิต เมื่อกิ่งใหม่ออกแล้วมีอายุ 6-12 เดือน ก็เริ่มมีผล ให้โน้มกิ่งเพื่อง่ายและสวยงาม

7. ต้องแต่งกิ่งหม่อนให้ออกกิ่งใหม่ทุกปี
ปีละ 2 ครั้ง พร้อมรูดใบออก

8. เก็บผลผลิตผลหม่อน
ได้ทั้งในระยะผลห่าม (ผลมีสีแดงประมาณ 50% และสีม่วงประมาณ 50%) หรือระยะผลสุก (สีม่วงดำทั้งผล) ตามความต้องการว่าต้องการผลหม่อนรสหวานอมเปรี้ยว หรือหวานจัด มีระยะเวลาการเก็บผลได้ต้นละประมาณ 1 เดือน

สรรพคุณของ “ผลหม่อน” หรือ “มัลเบอร์รี่” ต่อสุขภาพ
1. ช่วยบำรุงหัวใจ ลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ เพราะมีสารประกอบจำพวกฟลาโวนอยด์ (Flavonoid)
2. ช่วยรักษาโรคเบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ด้วยการใช้เปลือกรากประมาณ 90-120 กรัม นำมาทุบให้แหลก แล้วนำมาต้มกับน้ำดื่มเช้าและเย็น หรือจะใช้ใบนำมาทำเป็นชาเขียวใช้ชงกับน้ำดื่มก็ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เช่นกัน

3. ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เนื่องจากในมัลเบอร์รีมีสารที่ชื่อว่า เรสเวอราทรอล (Resveratrol) มีคุณสมบัติควบคุมระดับความดันโลหิตไม่ให้สูงเกินไป อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคเกี่ยวกับหลอดเลือดได้อีกด้วย

4. ผลเป็นยาเย็นที่ออกฤทธิ์ต่อตับและไต มีสรรพคุณช่วยบำรุงตับและไต รวมไปถึงรักษาตับและไตพร่อง
5. เพิ่มภูมิคุ้มกัน และป้องกันมะเร็ง เนื่องจากมีมีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างสารแอนโทไซยานิน (Anthyocyanin)
6. ช่วยดับร้อน บรรเทาอาการกระหายน้ำ และทำให้ร่างกายชุ่มชื่น
7. บำรุงสายตา ช่วยในการมองเห็นเนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินเอ
8. ช่วยแก้อาการท้องผูก เพราะมีปริมาณไฟเบอร์สูง
9. ช่วยผ่อนคลายความเครียด เพราะมีรสหวานและเย็น
10. ช่วยให้ระบบการไหลเวียนเลือดทำงานดีขึ้น เนื่องจากผลไม้ชนิดนี้มีธาตุเหล็ก อีกทั้งยังมีส่วนป้องกันและยับยั้งการเกิดลิ่มเลือด ป้องกันเส้นเลือดแตกด้วย

11. ช่วยลดอาการปวดประจำเดือน ช่วยบำรุงผิวพรรณ และลดการอักเสบของสิว
12. อุดมไปด้วยกรดโฟลิก ที่มีส่วนช่วยป้องกันโรคโลหิตจาง ช่วยการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์

เห็นมั้ยครับว่าจริงๆ แล้ว หม่อนนั้นปลูกไม่ยากเลย แถมยังเจริญเติบโตได้ง่าย ไม่ต้องประคบประหงมมาก แต่ก็สามารถเก็บผลผลิตเก็บกินได้ทั้งปีหลังจากต้นโตเต็มที่แล้ว ถ้าอยากเก็บลูกหม่อนทานสดๆจากต้น ก็อย่าลืมทดลองปลูกกันดูนะคะ ได้กินผลไม้ดีมีประโยชน์ไม่ต้องไปซื้อให้เปลืองอีกด้วย

เรียบเรียงโดย ธรรมะเกษตรก้าวหน้า