หนุ่มสุรินทร์ “เพาะเห็ดฟางขาย” พลิกผันกลายเป็นเศรษฐี สร้างรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน

หนุ่มสุรินทร์ตัดสินใจทิ้งเมืองหลวง หลังสู้ชีวิตมา 20 ปีมีแต่หนี้ หันมาเพาะเห็ดฟางกลายเป็นเถ้าแก่ใหญ่มีเงินหมุนเวียนปีละกว่า 60 ล้านบาท วันนี้ทางแอดมินจะพาไปทำความรู้จัก “โชคพัฒนาฟาร์ม” ริมถนนเส้นทางจากหมู่บ้านนาเลิงไปบ้านห้วยไร่ ต.โนนขมิ้น อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู ได้พบกับ นายโชค เพ็งสุวรรณ เกษตรกรที่เพาะเห็ดฟางขาย สร้างรายได้ต่อปีแบบงดงาม จากคนที่มีหนี้ท่วมหัว พลิกผันกลายเป็นเศรษฐี ด้วยความขยันและความอดทน จนทำให้มีทุกวันนี้ได้

นายโชค ย้อนเล่าถึงชีวิตให้ฟังว่า เดิมเป็นคนจังหวัดสุรินทร์หลังเรียนจบ ป.6 ก็เดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งอายุ 13 ปี ทำงานในโรงงานพิมพ์ผ้าตั้งแต่เงินเดือน 600 บาท ค่ากับข้าววันละ 10 บาท ทั้งทำงานพิเศษด้วย พออายุได้ 16 ปี ก็เริ่มมีเงินเก็บ 30,000-40,000 บาทแล้ว ต่อมาเจ้าของโรงงานเลิกกิจการ ตนจึงหันมาค้าขายใช้ชีวิตในเมืองกรุง แต่ยิ่งทำดูเหมือนกับว่าเหมือนยิ่งจน สุดท้ายพบว่าตัวเองมีหนี้สินอยู่ 15 ล้านบาท ตนจึงปรึกษากับภรรยาคือ คุณบุษบา วงหาจักษ์ หวังหาทางเดินให้อนาคตของชีวิตครอบครัว สุดท้ายตัดสินใจขายทุกอย่างที่มีใช้หนี้สินไปเหลือหนี้สินอยู่ 2 ล้านกว่าบาท

ในปี 2555 หลังขายทุกอย่างแล้วเหลือเงิน 70,000 บาทกับรถกระบะ 1 คัน คิดว่าอาชีพที่ทำในเมืองหลวงคงจะไปไม่ไหวแล้วจึงได้ชวนกันกลับมาบ้านเกิดของภรรยาที่หมู่บ้านนาเลิง ต.โนนขมิ้น อ.เมืองหนองบัวลำภู ประกอบกับแม่ยายก็ไม่สบายพอดีจึงพากันตัดสินใจกลับบ้านมาลงทุนสร้างโรงเรือนเพาะเห็ดได้ 8 โรงเรือน หลังทำการเพาะเห็ดเก็บขายใช้เวลาประมาณ 1 เดือน ตอนนั้นเหมือนโชคดีเห็ดที่ออกมาช่วงนั้นเก็บขายได้โรงเรือนละ 200 กิโลกรัม ขายเห็ดครั้งแรกก็คืนทุนที่ลงไปได้กลับคืนมาหมดเลย ทำให้มองเห็นอนาคตของอาชีพที่ทำว่าอาชีพนี้น่าจะเป็นช่องทางทำเงิน

จากนั้นคนมาเห็น เริ่มมาสอบถามขอเรียนรู้เป็นเครือข่ายทำด้วยและเริ่มมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จนตอนนี้มีสมาชิกกว่า 100 คน ทั้งในพื้นที่อำเภอเมืองหนองบัวลำภู อำเภอศรีบุญเรือง อำเภอนากลาง อำเภอโนนสัง ของจังหวัดหนองบัวลำภู นอกจากนั้นยังมีอยู่ต่างจังหวัด อย่าง อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ที่เป็นพื้นที่ที่พอจะวิ่งรถไปรับซื้อได้ ตอนนี้ตลาดหลักภาคเหนือจะส่งไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์และตลาดไทในกรุงเทพฯ

นายโชค เผยอีกว่า สำหรับคนที่อยากจะเรียนรู้สามารถมาฝึกหัดทำได้ เอาแรงงานแลกค่าฝึกงานค่าอาหาร มากินนอนใช้แรงงานอยู่ที่นี่ การฝึกสอนให้คนทำเป็นก็ไม่ได้ห่วงกังวลว่าจะมาเป็นคู่แข่ง คนที่มาเรียนรู้แล้วถ้าเป็นในพื้นที่ทำแล้วไม่มีที่ขาย ตนก็รับซื้อให้โดยเข้ารวมกลุ่มจะรับซื้อในราคาประกัน 55 บาทต่อกิโลกรัม จะยังมีกำไรประมาณร้อยละ 60 ของราคาที่ขาย

สำหรับราคาเห็ดฟางจะต่ำอยู่ช่วงตั้งแต่มีนาคม-พฤษภาคม แต่จากนั้นราคาจะสูงขึ้น โดยในปี 2558-2559 เป็นช่วงปีทองที่ผลิตเห็ดทั้งของสมาชิกส่งได้ประมาณวันละ 3 ตันไปยังจังหวัดอุตรดิตถ์และตลาดไท กรุงเทพมหานคร จะมีรายได้วันละ 100,000-200,000 บาท ตลอดปีมีเงินหมุนเวียนในการซื้อขาย 50-60 ล้านบาท ตอนนี้ตนมีโรงเรือนทั้งหมด 40 หลัง และกำลังทำเพิ่มขึ้นปลายปีนี้อีก 40 หลัง รายได้จะอยู่ประมาณ 400,0000-500,000 บาทต่อเดือน และยังมีรายได้จากขายกากมันสำปะหลังที่นำลงมาจากชั้นเพาะเห็ดนำไปขายเป็นปุ๋ยจะมีรายได้เดือนละ 60,000 บาท

นายโชค ได้เผยทิ้งท้ายว่า การทำการเกษตรของตนพยายามมองหาอนาคตไว้เผื่อวันข้างหน้าไม่ได้ทำการเกษตรเพียงอย่างเดียว ต้องผสมผสานควบคู่ขนานกันไปด้วย นอกจากเพาะเห็ดแล้วก็ยังมีการขายวัสดุกากมันสำปะหลัง ขายเชื้อเห็ดฟาง ขายอาหารเสริม ขายปุ๋ยอินทรีย์ ส่วนของกากมันที่ย่อยสลายจากการเพาะเห็ดแล้วให้เป็นรายได้ตลอด โดยจะมีภรรยาทำหน้าที่ดูการตลาดกับลูกค้าบริหารจัดการให้ทั้งสองบอกว่าในชีวิตไม่คิดเลยว่าจะมีวันนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่สองชีวิตมีในหัวใจก็คือคำว่า ขยัน สู้ ไม่ท้อแท้ ไม่ท้อถอย มีกำลังใจแล้วปลายฝันจะเป็นฝันที่เป็นจริง