หนุ่มน้อย 9 ขวบเดินไกลวันละ 10 กิโลเพื่อทำงานหาเงินช่วยแม่และส่งตัวเองเรียน

ความขยันคือ ความตั้งใจเพียรพยายาม ในการเรียนหรือ ทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทน ความขยันต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ ที่เหลือก็มอบหมายแอดเชื่อว่าเกือบทุกประเทศต้องมีร้านขายของชำที่ขายของโบราณ เช่น ขนมในอดีต ที่ราคาถูกๆ เป็นความทรงจำในวัยเด็ก เป็นสิ่งที่เด็กทุกคนล้วนอยากเข้าไปซื้อของเล่น ขนมต่างๆ แต่ก็มีเด็กอีกหลายคนที่ไม่ได้มีโอกาสเข้าไปซื้อของเล่นเหมือนเด็กเหล่านั้น

สื่อต่างประเทศเปิดเผยเรื่องราวของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ถูกเผยแพร่ในอินสตาแกรม เป็นภาพที่เด็กคนหนึ่งกำลังนั่งพักเหนื่อย หลังจากที่ต้องใส่ชุดมาสคอตแล้วแสดงให้ผู้คนที่เดินไปมาทั้งวันได้ดู โดยเด็กคนนี้มีชื่อว่า เรฮาน (Rehan) ชาวเมืองรามาดี ประเทศอินโดนีเซีย เขากำลังนั่งก้มหัวเพื่อพักผ่อนหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน แต่กลับกลายเป็นจุดสังเกตของผู้คน ซึ่งในตอนแรกไม่มีใครทราบว่าคนที่ใส่ชุดมาสคอตนี้เป็นเด็ก

เรฮาน (Rehan) มีฐานะที่ค่อนข้างลำบากจึงทำให้เขาต้องออกมาหางานทำเพื่อช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคุณแม่ของเขา เรฮานตื่นตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างทุกวัน จากนั้นก็สวมชุดมาสคอตนี้มายืนข้างทางเพื่อเต้นแสดงโชว์ต่างๆให้ผู้คนได้ดู

โดยผู้ตั้งโพสต์ได้เล่าเรื่องราวของ เรฮานให้ฟังว่า เขาอาศัยอยู่กับแม่เพียงลำพัง และแม่ของเขาไม่มีงานประจำ ทำงานรับจ้างไปวันๆ ไม่แน่นอนโดยรายได้ของแม่มีเพียงพอสำหรับจ่ายค่าเช่าบ้านเท่านั้น ทำให้เรฮานเด็กกตัญญูต้องเสียสละช่วงเวลาแห่งการเล่นสนุกของตนเอง มาทำงานช่วยหารายได้เสริมเป็นค่าเล่าเรียน

เรฮานต้องเดินจากบ้านมาถึงที่ทำงาน เป็นระยะทางไกลกว่า 10 กิโลเมตรทุกวัน คงไม่มีเด็กคนไหนอยากที่จะมานั่งหลบอยู่เงียบๆ คนเดียวแบบนี้หรอก แต่มันจำใจจริงๆ อายุน้อยแค่นี้ก็รู้จักคิด รู้จักช่วยแบ่งเบาภาระให้กับคุณแม่ เรฮานกล่าวว่า “ตอนที่เขาใสชุดมาสคอต เต้นแสดงให้แขกดูนั้น เป็นที่ดึงดูดและได้รับความสนใจจากงผู้คนจำนวนมากอยู่เสมอ ดังนั้นเพื่อให้ผู้ที่เดินผ่านไปมามีความรู้สึกที่แตกต่าง ไม่ซ้ำซาก เรฮานจึงเปลี่ยนชุดมาสคอตเสมอ ไม่ว่าจะเป็นชุดดอร่า, สพันจ์บ็อบ ฟองน้ำสีเหลืองเจ้าสมุทร, ชิป แอนด์ เดลส์ และอื่นๆ อีกมากมาย”

เมื่อแสดงเสร็จก็จะมานั่งพักหรือบางทีก็งีบหลับอยู่อีกมุมหนึ่งที่ไม่มีคนมองเห็นเขาปาดเหงื่อแล้วพูดว่า“ผมมีหน้าที่ดูแลและเช่าชุดมาสคอตเหล่านี้ แต่ผมไม่รู้ราคาหรอกนะ เพราะแม่เป็นคนจ่าย”เรฮานเล่าว่า เขาตื่นแต่เช้าเพื่อมาเต้นแสดงโชว์ แต่พอตกค่ำกลับบ้าน เขาก็มีเวลาไปเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ นะ แม้อาจไม่มีเวลาเล่นมากเหมือนเด็กคนอื่น แต่เขาก็ไม่เคยบ่น เขายังกล่าวอีกว่า “การทำงานหาเงินนั้นไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เมื่อมีเงินแล้วก็สามารถซื้อาหารกลับบ้านกินได้ การที่ได้มีหน้าที่ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระให้แม่ก็ถือว่ามีความสุขมากแล้ว”

หลังจากที่เรื่องราวของเขาถูกเผยแพร่ในโลกโซเชียลก็มีผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจชีวิตของเขา ก็หวังว่าสื่อโซเชียลมีเดียเหล่านี้จะสามารถช่วยให้แม่ของเขาสามารถหางานที่มั่นคงทำได้นะ

ปริมาณของ “ความสุข” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับจำนวนของ “สิ่งดีๆ” ที่เราได้รับ แต่อยู่ที่ “มุมมอง” ของเราที่มีต่อ “สิ่งเหล่านั้น”