Friday, 23 February 2024

วิธีปลูก กะหล่ำปลี ฉบับจับมือทำ !

สวัสดีท่านผู้อ่านที่น่ารักทุ กท่าน ก่อนอื่นแอดมินและทีมงานเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้าก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลงานของเร าตลอดมา ทางทีมจะคอยนำเสนอเรื่องร าวดีๆ ให้ความเพลิดเพลินใจและมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่านอยู่เสมอวันนี้แอดมินจะพามาดูแรงบันดาลใจในการสร้ างอาชีพ สร้ างsายได้ กับการทำงานที่อิสระเป็นนายตัวเอง

กะหล่ำปลี เป็นพืชเศรษฐกิจอีกชนิดที่น่าสนใจมาก เพร าะเป็นส่วนประกอบของอาหารหลายอย่าง เนื่องจากมีคุณค่าในทางอาหารสูง มีรสชาติดี หวานกรอบ รับประทานได้ทั้งดิบและสุก มีอายุการเก็บรักษาได้นาน และทนทานต่อการขนส่งพอสมควร เรียกได้ว่าน่าปลูกมากทีเดียว ทางเร าได้เรียบเรียงวิธีการปลูกกะหล่ำปลีแบบสั้นๆเข้าใจง่ายไว้ในบทความนี้ เพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับคนที่สนใจปลูก

แหล่งปลูกที่เหมาะสมสามารถปลูกได้ในดินแทบทุกชนิด แต่จะให้ผลผลิตสูงในดินที่มีสภาพร่วนปนทร ายระบายน้ำได้ดีความเป็นกรด-ด่างของดิน (pH) อยู่ในช่วง 6.0 – 6.8 (ศึกษาการปรับค่า pH ที่นี่)อุณหภูมิที่เหมาะสมกับการเจริญเติบโต 22 – 25 องศาเซลเซียสควรได้รับแสงแดดตลอดทั้งวันการเตรียมเมล็ดก่อนเพาะ เลือกเมล็ดพันธุ์ที่มีคุณภาพ มีเปอร์เซ็นต์ การงอกสูง ในเมืองไทยปลูกพันธุ์เบาจะได้ผลดีที่สุด เพร าะเป็นพันธุ์ที่ไม่ต้องการอากาศหนาวมากนัก มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น กะหล่ำปลีพันธุ์เบาที่ปลูกได้ผลดีมีหลากหลายพันธุ์ เช่น กะหล่ำปลี เบอร์ 1 ตร ารถถัง , กะหล่ำปลี เบอร์ 1 ตร าช้าง , กะหล่ำปลี เอมเมอร์รัลด์ , กะหล่ำปลี ที-530 และ กะหล่ำปลี ที-523 เป็นต้น

การเตรียมดินแปลงเพาะกล้า ให้ขุดไถลึกประมาณ 15 – 20 เซนติเมตร กว้าง 1 เมตร ส่วนความยาวแล้วแต่ความต้องการของเร า ต ากดินไว้ ประมาณ 5 – 7 วัน จากนั้นใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวได้ดี อัตร า 2,000 กิโลกรัม / ไร่ และใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 อัตร า 30 กิโลกรัม /ไร่ คลุกเคล้าให้เข้ากับดินจากนั้นย่อยหน้าดินให้ละเอียด แปลงปลูก ส่วนใหญ่ที่นิยมปลูกในไทยเป็นพันธุ์เบาที่มีระบบร ากตื้น จึงควรเตรียมดินลึกประมาณ 18 – 20 เซนติเมตร ตากดินไว้ประมาณ 5 – 7 วัน ควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปด้วยเพื่อปรับปรุงสภาพของดิน จากนั้นย่อยหน้าดินให้มีขนาดเล็กลงแต่ไม่ถึงกับละเอียดจนเกินไป แล้วถ้าดินเป็นกรดควรใส่ปูนขาวลงไปเพื่อปรับสภาพดินให้มีความเหมาะสมต่อการปลูกกะหล่ำปลี

การเพาะกล้า หลังเตรียมแปลงเสร็จให้หว่านเมล็ดกะหล่ำปลีให้กระจายทั่วแปลง หรือถ้าเร าอยากให้เป็นแถวอาจจะทำร่องลึกประมาณ 1 เซนติเมตร ห่างกันแถวละ 15 เซนติเมตร แล้วโรยเมล็ดลงในร่องหว่านกลบเมล็ดด้วยปุ๋ยหมักหรือดินละเอียด จากนั้นรดน้ำให้ชุ่มแล้วคลุมด้วยฟางแห้งบางๆ หลังจากต้นกล้างอกได้ 15 – 20 วัน ให้เลือกถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ออกและให้ทิ้งระยะห่างต้น 10 เซนติเมตร จนกระทั่งอายุประมาณ 25 – 30 วัน จึงย้ายไปปลูกการปลูกเวลาย้ายควรย้ายในช่วงเวลาบ่ายๆ ถึงเย็น ตอนย้ายควรให้ดินติดร ากมาด้วยและต้องระวังไม่ให้ร ากขาด แล้วรีบนำลงปลูกจากนั้นกดดินรอบโคนให้แน่นทันทีก่อนรดน้ำให้ชุ่ม เมื่อปลูกเสร็จแล้วควรทำร่มบังแดดให้ในวันรุ่งขึ้น อาจใช้กะลาครอบ หรือใช้ไม้บังรอบๆก็ได้ ควรปิดบังแดดไว้ประมาณ 3 – 4 วัน ค่อยเอาออก

การดูแลรักษาการให้ปุ๋ย 1. )เมื่อปลูกได้ร า ว 15 วัน ใส่ปุ๋ยจำพวกไนโตรเจน เช่น ยูเรีย 46% (46-0-0) หรือแอมโมเนียมซัลเฟต 21% (21-0-0) ให้ต้นละ 1 ช้อนชา ปุ๋ยจำพวกนี้จะช่วยให้ใบงาม 2.) เมื่อปลูกได้ 30 วัน ทำการพรวนดินรอบ ๆ โคนต้น ใส่ปุ๋ยสูตร 12-8-8 ต้นละ 2 ช้อนชา หรือใส่ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมักแทน ต้นละ 1 กำมือ กลบดิน แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยรดน้ำ 3.) ในการให้ปุ๋ยกะหล่ำปลีแต่ละครั้งควรผสมธาตุอาหารเสริมพวกโบรอน, สังกะสี อย่างเช่น ไฮเปอร์ พลัส ตร านกอมตะ เพร าะมีความจำเป็นแก่พืชตระกูลกะหล่ำมากการให้น้ำควรรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ วันละ 1 – 2 ครั้ง ในระยะแรกให้รดน้ำด้วยการฉีดเป็นฝอยในช่วงเช้าและเย็นทุกวัน จนกระทั่งหัวเริ่มเข้าปลีให้ลดปริมาณการรดน้ำลงเพื่อป้องกันไม่ให้หัวปลีแตกและไม่ห่อหัว โดยปกติถ้าไม่รดน้ำมากจนเกินไปก็จะไม่มีปัญหาเรื่องการเข้าหัวของปลีมากนัก

การเข้าปลีในบางครั้งถ้ากะหล่ำปลีหลวม ห่อหัวไม่แน่นเร าก็จำเป็นที่จะต้องให้อาหารเสริมบ้าง อย่างเช่น อาหารเสริมพืช ไวกิ้ง ตร าแพลน นำไปผสมน้ำแล้วพ่นทุกๆ 7 วัน จะทำให้กะหล่ำปลีห่อหัวแน่นและมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น การเก็บเกี่ยวถ้าเป็นพันธุ์เบาเร าจะเก็บเกี่ยวได้ตอนอายุประมาณ 50 – 60 วัน โดยใช้มีดที่คมตัดบริเวณส่วนโคน ซึ่งกะหล่ำปลีจะมีน้ำหนักประมาณ 1-2 กิโลกรัม/ต้น การเก็บในระยะที่เหมาะสมจะได้หัวที่สมบูรณ์ ถ้าเก็บขณะอ่อนเกินไปหัวจะไม่แน่น จะเสียขนาดและน้ำหนัก แต่ถ้าทิ้งไว้นานเกินไปหัวจะหลวม ทำให้คุณภาพของหัวกะหล่ำปลีลดลง เสียรสชาติ ไม่ได้ร าคา ฉะนั้นเวลาเก็บเกี่ยวควรสังเกตหัวที่แน่นจะดีที่สุด

การป้องกันกำจัด
1. ในแปลงปลูกควรมีการระบายน้ำที่ดี น้ำไม่ขังแฉะ
2. ใช้สารกำจัดแมลงปากกัดหรือแมลงวันในแปลงปลูกด้วยการโรย ไดโนทีฟูแรน รอบโคนต้น
3. ระมัดระวังอย่าให้เกิดแผลหรือรอยช้ำทั้งขณะเก็บเกี่ยวและขนส่ง

โร คร าน้ำค้างในกะหล่ำปลี สาเหตุ เกิดจากเชื้ อร าอาการ ถ้ามองจากด้านบนใบจะเห็นเป็นปื้นสีเหลืองจางๆ พลิกใต้ใบขึ้นมาดูหลังใบจะเห็นขุยสีขาวๆในช่วงอากาศเย็นและมีน้ำค้าง พบมากในระยะกล้า การป้องกันกำจัด1. คลุกเมล็ดด้วย สาร เมทาแลกซิล2. ถ้าไม่ได้คลุกเมล็ดก่อนปลูก แล้วเกิดอาการโร คร าน้ำค้างให้ฉีดพ่นด้วย สาร เมทาแลกซิล หรือ แมนโคเซบแมลงศั ต รูพืชที่สำคัญของกะหล่ำปลีหนอนใยผัก หนอนใยผักในกะหล่ำปลีการทำ ล าย หนอนใยผักจะกัดกินผักอ่อน ดอกหรือใบที่หุ้มอยู่ทำให้ใบเป็นรูพรุน นอกจากนี้หนอนใยผักมีความสามารถในการทนต่อสารเคมี และปรับตัวต้านทานต่อสารเคมีป้องกันกำจัดได้ดี

เรียบเรียงโดยเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า