วอนคนใจบุญช่วยซ่อมบ้านให้ คุณตาวัย 98 อาศัยคนเดียวในเพิงมุงสังกะสีเก่าๆ

นายพิสิษฐ์ บุญปาน ชาวบ้านบ้านคลองขุด อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช เพื่อขอให้ช่วยเหลือ คุณทวดวิ่ง คงแคล้วภัย อายุ 98 ปี ซึ่งแก่ชราและยังพิการตาบอดทั้งสองข้าง อาศัยคนเดียวในเพิงพักหรือกระท่อมไม้เล็กๆ เก่าๆ โดยมี นายพิสิษฐ์ และชาวบ้านพยายามระดมทุนทำการก่อสร้างบ้านใหม่หลังเล็กๆ เพื่อให้คุณทวดวิ่งได้อยู่อาศัยในบั้นปลายชีวิต แต่การก่อสร้างขาดงบประมาณจึงยังไม่แล้วเสร็จ

กระท่อมหรือเพิงพักของคุณทวดวิ่งมีขนาดเพียง 2 x2 เมตร ฝาบ้านกั้นด้วยเศษไม้กระดานและเศษแผ่นสังกะสีเก่าๆ ส่วนหลังคาก็มุงสังกะสีเก่าๆ เช่นกัน ประตูด้านหน้าไม่มี แต่มีการนำเอาเศษไม้และกระสอบปุ๋ยมามัดต่อกันเป็นแผงสามารถม้วนเก็บเมื่อต้องการจะเปิดประตู และคลี่ลงมาเมื่อต้องการจะปิดประตู แต่ไม่พบคุณทวด

นายพิสิษฐ์ เพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือ ระบุว่าคุณทวดวิ่ง คงนอนอยู่ในเพิกพัก เมื่อลองเรียกดู คุณทวดจึงค่อยส่งเสียงตอบรับเสียงแหบพร่าแผ่วเบาก่อนจะพยายามจะม้วนแผงประตููเปิดขึ้นด้วยความยากลำบาก เพื่อออกมาต้อนรับแขกที่มาเยือน

คุณทวดวิ่งสวมเสื้อซาฟารีเก่าๆ สีครีมและนุ่งกางเกงขายาวสีดำ สวมแว่นตาขนาดใหญ่แต่มีเลนส์ข้างขวาเพียงข้างเดียว ส่วนช่องเลนส์ด้านซ้ายมีการตัดแผ่นพลาสติกปิดเอาไว้ ซึ่งคุณทวด มีอารมณ์ดี ยิ้มแย้มเจ่มใสและพยายามเชื้อเชิญให้ขึ้นไปนั่งบนบ้านทั้งๆ ที่ไม่มีพื้นที่จะขึ้นไปได้

คุณทวดวิ่ง เปิดเผยว่า ตนเกิดในสมัยรัชกาลที่ 6 แต่งงานมีครอบครัวและมีบุตรสาว 1 คน แต่ภรรยาและบุตรสาวได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ตนจึงอาศัยอยู่เพียงคนเดียวมาตลอดในกระท่อมเล็กๆเก่า ๆ ที่ชำรุดทรุดโทรม ปัจจุบันยังมีน้องสาว 1 คนคือ นางสนิท เวสารัตน์ อายุ 75 ปี มีบ้านอยู่ใกล้ๆกัน และชื่อตนรวมอยู่ในสำเนาทะเบียนบ้านของน้องสาว ซึ่งครอบครัวของน้องสาวก็มีฐานะยากจนไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก ตนจึงแยกมาอาศัยในกระท่อมหลังนี้เพียงคนเดียว ถือว่าดำรงชีวิตอยู่ได้ไม่ทุกข์ร้อนมากนักเพราะได้รับเบี้ยยังชีพจากรัฐบาล เป็นเบี่ยยังชีพคนชราเดือนละ 1,000 บาทและเบี้ยยังชีพผู้พิการอีกเดือนละ 800 บาท

“แม้ผมจะพิการตาบอดทั้งสองข้าง แต่บริเวณรอบๆบ้าน ผมมีความเคยชิน สามารถเดินคลำทางไปไหนมาไหนได้ เดินไปถ่ายปัสสาวะ อุจจาระในป่าละเมาะข้างบ้าน รวมทั้งเดินคลำทางไปอาบน้ำที่ลำคลองเล็กๆ ข้างบ้านได้ จะยากลำบากก็เรื่องอาหารการกินที่ครอบครัวน้องสาวและเพื่อนบ้านนำมาช่วยเหลือ อย่างไรก็ตามความเป็นอยู่แบบนี้ผมถือว่าอยู่ได้ตามสถานภาพของคนชราพิการตาบอด และอาจจะมีชีวิตอยู่ในโลกนี้ได้อีกไม่นาน และคงต้องเสียชีวิตจากโลกนี้ไปแล้ว จึงไม่ได้คิดอะไรมากมายกับชีวิตที่เหลือ พยายามทำใจให้สงบและสนุกสนานร่าเริงให้ชีวิตผ่านพ้นไปได้ในแต่ละวันเท่านั้น ขอภาวนาให้ขออะไรก็ได้สักอย่างก็ไม่รู้จะขออะไร อาจจะขอให้ช่วยซ่อมบ้านให้มันมั่นคงกว่านี้หน่อยก็พอแล้ว”

ข้อมูลและภาพจาก dailynews