Thursday, 18 July 2024

ลุงวัย 70 ปี สู้ชีวิต มองขยะเป็นกองเงินกองทอง เก็บของเก่าขาย จนซื้อที่ได้ 30 ไร่

คนขยันหรือคนที่มุ่งมั่นจะสนุกทุกครั้งที่ได้เห็นตัวเองทำอะไรใหม่ๆ ได้สำเร็จ ..พวกเขาจะผลักดันตัวเองตลอดเวลาไปสู่คำตอบที่ดีกว่า โชคดีไม่ได้วิ่งเข้าหาประตูบานที่สวยที่สุด แต่เป็นประตูบานที่เปิดอยุ่ต่างหากล่ะ

ผู้ที่ทำอาชีพค้าของเก่าเป็นอาชีพหลักส่วนใหญ่แล้วจะมี 2 แบบ คือ
กลุ่มหนึ่งคือกลุ่มที่ตระเวนเก็บขยะตามถังขยะริมถนน หรือถังขยะตามแหล่งชุมชนและบ้านจัดสรร ซึ่งคนกลุ่มนี้จะไม่ต้องลงทุนเป็นตัวเงินหรือเรียกว่ากลุ่มต้นทุนมือเปล่า แต่จะใช้แรงกายในการคุ้ยเขี่ยหาขยะ เป็นหลัก

ส่วนอีกกลุ่มคือ กลุ่มที่ใช้รถตระเวนรับซื้อขยะ สิ่งของเหลือใช้จากบ้านเรือน ร้านค้า และสำนักงานทั่วๆไป คนกลุ่มนี้ อาจต้องใช้เงินทุนบ้างแต่ไม่มากนัก ในการรับซื้อขยะจากที่ต่างๆ รายได้เกิดมาจากส่วนต่างของราคาขยะที่รับซื้อมาซึ่งเป็นสินค้า

ต่างจากลุงวัย 7O ปี คนสู้ชีวิตจากต่างถิ่นมายึดอาชีพเก็บขยะ จากกองขยะ ที่บางคนดูถูกว่าอาชีพชั้นต่ำ แต่ลุงไม่อายเพราะอาชีพสุจริตไม่ต้องอาย เป็นอาชีพที่ไม่ต้องลงทุน แต่รายได้ดี ทำมา 10 กว่าปีเก็บเงินซื้อที่ดินได้กว่า 30 ไร่ คุณลุงบาเดิมที่เป็นคน จ.มหาสารคราม และเมื่อเติบโตเป็นหนุ่ม ก็จากบ้านมายึดอาชีพเป็นกรรมกรอยู่ที่ อ.วิเชียรบุรี จ.เพชรบูรณ์

ทำงานได้หลายปีจนมีภรรยา และลูกหญิงและชายด้วยกัน 4 คน ซึ่งเมื่อก่อนหลายสิบปี อ.วิเชียรบุรี ไม่เจริญมากนัก ตนเองก็ได้สร้างเนื้อ สร้างตัวเก็บเงินจนซื้อที่ดินได้ 5 ไร่

คุณลุงบา เล่าว่า จนปี 2547 งานที่ อ.วิเชียรบุรี เริ่มอิ่มตัว ประกอบตนเองก็อายุเริ่มมาก จะแบกจะหามเริ่มไม่ไหว แต่ด้วยความที่ตนไม่ชอบอยู่เฉยๆ จึงบอกภรร ย า ขอมาอยู่กับลูกสาวและจะมาหางานทำที่ อ.ละแม จ.ชุมพร โดยมาครั้งแรกก็ได้ไปทำงานประปาอยู่กับลูกเขย ทำงานตรงนี้ได้ไม่นานก็ไปรับจ้างถางป่า ตามสวน ยาง สวนปาล์ม เพื่อเลี้ยงตัวเอง และไม่ต้องเป็นภาระกับลูกหลาน แต่เนื่องจากอายุที่มากขึ้นและร่างกายที่ไม่แข็งแรง คุณลุงบาทำงานรับจ้างได้ประมาณ 5 ปี หลังจากนั้น จึงเลิกทำงานรับจ้างและมาเก็บของเก่าที่กอง ขยะขาย ซึ่งคุณลุงบาเล่าให้ฟังว่าในช่วงแรกๆที่เริ่มเก็บขยะ นั้นรายได้ 2 คนตา ยาย อยู่ประมาณวันละ 1,000 บาท

รายได้ในแต่ละเดือนเป็นหลักหมื่นซึ่งคุณลุงบาเล่าว่า ที่ดินที่ปลูกบ้านและปลูกปาล์มน้ำมันประมาณ 30 ไร่ คุณลุงได้มาจากเก็บ ขยะ จากกองขยะ ไปขายแล้วนำเงินไปซื้อที่ดิน ไว้อยู่อาศัยเป็นของตัวเองโดยไม่ต้องไปเช่า และมีที่ดินส่วนหนึ่งไว้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกด้วย

คุณลุงบา เล่าไปยิ้มไปด้วยความอิ่มสุขว่า ถึงแม้ว่าใครๆจะรังเกียจกองขยะ รังเกียจอาชีพของลุงแต่ขยะ เหล่านั้นมันทำให้ลุงมีที่อยู่ที่กิน และอาชีพที่เก็บขยะ เก็บของเก่าขายก็เป็นอาชีพที่สุจริต พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้และไม่คิดจะกลับไปอยู่ที่จังหวัดเพชรบูรณ์แล้ว เพราะตนเองมีความสุขที่ได้ทำงานที่เป็นนายตัวเอง เหนื่อยก็พัก เหนื่อยก็หยุด

คุณลุงบา ยังบอกอีกว่า ที่ดินที่ตลาดวิเชียรบุรี มีคนเคยมาขอซื้อในราคาเป็นล้านบาทแต่ตนเองไม่ขาย ต้องการเก็บทรัพย์สมบัติเหล่านั้นไว้ให้ลูกให้หลาน เพราะถ้าขายไปได้เงินมาก็ใช้หมด ลุงบอกว่าถ้าเราไม่เลือกงาน ขยัน ซื่อสัตย์ จะทำงานอะไรก็สามารถทำได้ มองขยะ ให้เป็นของมีค่ามองขยะ ให้เป็นเงิน และเราจะไม่รู้สึกรังเกียจกองขยะ นั้นเลย แ ม้ในปัจจุบันนี้ อาชีพคนค้าของเก่าจะมีมากจนแทบเรียกได้ว่า มีขาประจำทุกซอย แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาหลักของคนที่ทำอาชีพค้าของเก่าแต่อย่างใด เพราะตราบใดที่จำนวนมนุษย์ยังคงเพิ่มขึ้น ขยะจากบ้านเรือนจะไม่มีวันลดลงอย่างเด็ดขาด ยิ่งเทคโนโลยีสูงขึ้นเท่าไหร่ ขยะก็จะยิ่งมากตาม

อีกทั้งยังสามารถเกิดสินค้าตัวใหม่ๆขึ้นมาได้อีกหลายอย่าง เพราะเทคโนโลยีใหม่เกี่ยวกับการรีไซเคิล มักจะพัฒนาเพื่อให้การรีไซเคิลมีประสิทธิภาพมากขึ้นเรื่อยๆ จนสามารถทดแทนสินค้าบางกลุ่มได้เกือบ 100 % เช่นกลุ่มธุรกิจก่อสร้าง กลุ่มธุรกิจพลาสติก ดังที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

คำว่า ร ว ย ของแต่ละคนอาจจะแตกต่างกันไป สำหรับปริญญาชีวิตนั้นคือ การที่เรามีเงินเพียงพอที่จะใช้ในชีวิตได้แบบไม่ลำบาก พออายุมากขึ้นก็สามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งลูกหลานต้องออกค่าใช้จ่ายให้ทุกเรื่อง มีเงินดำรงชีวิตและใช้จ่ายเกี่ยวกับเรื่องของตัวเองได้สบายๆ และถ้ามีทรัพย์สินมากกว่านั้นเราอาจจะนำไปช่วยเหลือคนอื่น มอบให้เป็นมรดกกับผู้อื่นได้ สำหรับปริญญาชีวิตนี่ก็คือ ร ว ย แล้ว

จากเรื่องราวของลุงบา ทำให้คิดได้อีกเรื่องหนึ่งคือ จะเป็นคนแก่ที่ ร ว ย ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ วันที่ดีที่สุดในการเริ่มลงมือทำคือวันนี้ หากเราผลัดเป็นพรุ่งนี้แล้วไม่ได้ทำซักที บางทีมารู้ตัวอีกทีก็เวลาผ่านไป 5-1O ปีแล้ว ไม่ต้องรอ เริ่มลงมือกันเลยค่ะ