Tuesday, 21 May 2024

“ลิ้นมังกร” ต้นไม้ปลูกในบ้าน ช่วยฟอกอากาศ

ลิ้ น มั ง ก ร” เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยวมีหลากหลายสายพันธุ์ เช่น ลิ้นมังกรขอบเหลืองใบยาว ลิ้นมังกรขอบเหลืองใบสั้น ลิ้นมังกรลายด่าง ลิ้นมังกรใบกลม ลิ้นมังกรใบจุด ลิ้นมังกรครีบปลาวาฬด่าง เป็นต้น แต่มีลักษณะเด่นที่ใบเรียวยาวคล้ายหอก มีทั้งชนิดใบสั้นและใบยาว ส่วนปลายใบมีทั้งแบบปลายใบแหลมมีหนาม ปลายใบแหลมไม่มีหนาม และปลายใบมน นิยมขยายพันธุ์ด้วยการแยกกอและตัดชำใบ

ก า ร ดู ป ลู ก ลิ้ น มั ง ก ร ลิ้นมังกรนิยมปลูกทั้งในแปลงจัดสวน และการปลูกในกระถาง ซึ่งนิยมขยายพันธุ์ด้วย 2 วิธี คือ การขยายพันธุ์แบบปักชำใบ และการขยายพันธุ์แบบแยกเหง้าปลูก แต่ที่นิยมที่สุดจะเป็นการปักชำใบ เนื่องจาก สะดวก รวดเร็ว และขยายพันธุ์ได้ครั้งละจำนวนมาก

ก า ร ป ลู ก ใ น แ ป ล ง ห รื อ ป ลู ก ใ น ก ร ะ ถ า ง นั้ น สามารถปลูกได้ทั้งในที่ร่ม และที่กลางแจ้ง เพราะลิ้นมังกรเป็นพืชที่เติบโตได้ดีทั้งที่อยู่ในแสงน้อย และกลางแจ้ง แต่ลิ้นมังกรบางชนิดที่มีลักษณะอวบน้ำนั้น มักจะไม่ชอบแสงแดดจัด เพราะน้ำในใบที่มีมากจะร้อนทำให้เกิดอาการใบลวกได้ง่าย

ก า ร เ ต รี ย ม ดิ น
การเตรียมดินสำหรับการปลูกในแปลง มักไม่มีขั้นตอนยุ่งยาก เนื่องจาก จะใช้ดินในแปลงเป็นจุดปลูก แต่จะต้องทำการกำจัดวัชพืช และพรวนด้วย พร้อมกับใส่ปุ๋ยคอกคลุกผสมด้วย ส่วนการปลูกในกระถางซึ่งจะเป็นวิธีที่นิยมมาก จำเป็นต้องเตรียมวัสดุปลูก ด้วยการผสมดิน และทรายร่วมกับวัสดุอินทรีย์อื่นๆ อาทิ แกลบดำ ขุยมะพร้าว เป็นต้น อัตราส่วนผสมดิน:ทราย และวัสดุปลูกที่ 1 : 0.5 : 2 แล้วคลุกผสมให้เข้ากัน ก่อนจะบรรจุใส่กระถาง

วิ ธี ป ลู ก
การปลูกด้วยการปักชำใบจะใช้ใบจากต้นแม่ด้วยการตัดใบให้ชิดโคนใบบริเวณหน้าดิน หลังจากนั้นแบ่งใบออกเป็นส่วนๆ ยาวประมาณ 10-15 ซม. และเฉือนโคนท่อนใบให้เฉียงประมาณ 45 องศา แล้วค่อยนำปักเสียบลงในกระถางลึกประมาณ 5-10 ซม. กระถางละ 1-3 ใบ ส่วนการปลูกในแปลง อาจใช้วิธีปลูกปักชำโดยตรง หรือ นำใบที่ปักชำในกระถางที่ติดรากแล้วนำลงปลูกในแปลงอีกครั้ง

ส่วนการปลูกด้วยการแยกเหง้า จะทำด้วยการขุดเหง้าลิ้นมังกร แล้วตัดแบ่งเหง้าออกเป็นส่วนๆ โดยควรให้เหง้ามีใบติดมาด้วย 1-2 ใบ และให้ตัดเฉือนใบส่วนปลายทิ้งเป็นรูปปากฉลามให้เหลือใบยาวประมาณ 20 ซม. ส่วนใบที่ตัดทิ้งให้นำมาปักชำต่อได้

ก า ร ดู แ ล ลิ้ น มั ง ก ร
หลังจากการปลูก ให้รดน้ำทุกวัน วันละ 1 ครั้ง พอให้หน้าดินชุ่ม และให้รดน้ำต่อเนื่องจนใบแตกหน่อใหม่แล้ว และหลังจากที่หน่อ และใบใหม่ยาวได้มากกว่า 5-10 ซม. ค่อยลดปริมาณน้ำที่ให้ลง อาจให้เพียง 2-3 ครั้ง/สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพความชุ่มของหน้าดิน

ส่วนการใส่ปุ๋ยนั้น ไม่จำเป็นต้องใส่มาก เพราะพืชชนิดนี้ไม่ต้องการธาตุอาหารมาก เพียงให้ปุ๋ยคอกเสริมเป็นประจำทุกๆ 2-3 เดือน ก็เพียงพอแล้ว และอาจให้ปุ๋ยเคมีร่วม เช่น สูตร 24-12-12 เพื่อเร่งการเติบโตของใบร่วมด้วย

 เ ค ล็ ด ลั บ ลิ้นมังกรขึ้นชื่อว่าเป็นพืชที่ทรหดมาก เพราะมันทนและเติบโตได้เกือบทุกสภาพแวดล้อม สามารถปลูกบนดินในสวนกลางแจ้งก็ได้ ปลูกในกระถางแล้วตั้งไว้ในห้องแอร์ก็ได้ จึงเหมาะกับการปลูกเป็นไม้ประดับในบ้าน ถ้าจะให้ดีคือปลูกลงในกระถางโดยใช้เครื่องปลูกที่เน้นความร่วนโปร่งและซึมซับน้ำได้ดีอย่างเช่นดินร่วน ผสมใบก้ามปู และมะพร้าวสับ หากเลือกกระถางที่เป็นดินเผาจะดี เพราะช่วยซับน้ำในดินไม่ให้แฉะจนเกินไป พูดง่ายๆ ก็คือสาเหตุที่ลิ้นมังกรจะตายนั้นไม่ใช่ขาดน้ำ เพราะมันทนต่อความแห้งแล้งได้ แต่มันจะตายเพราะน้ำแฉะเกินไปจนทำให้รากเน่า ดังนั้นวิธีรดน้ำคือ รดแค่วันเว้นวัน หรือ 3 วันครั้ง ให้ดินพอชุ่มชื้น อย่าให้ถึงขั้นแฉะ วิธีสังเกตคือให้ใช้นิ้วจิ้มลงไปในดินว่าดินมีความชื้นหรือแห้ง ถ้าแห้งก็ค่อยรดน้ำ เติมปุ๋ยเม็ดสูตรเสมอทุก 1-2 เดือน