Saturday, 18 May 2024

ยายวัย 81 วอนขอความช่วยเหลือ หลังบริจาคที่ดิน 14 ล้าน สร้างสถานปฏิบัติธรรม แต่กลับถูกให้ออกจากพื้นที่

ยายวัย 81 ปี วอนขอความช่วยเหลือ บริจาคที่ดิน 14 ล้านบาท สร้างสถานปฏิบัติธรรม แต่กลับถูกเจ้าสำนักให้ออกจากพื้นที่ แถมถูกลงพรหมฑั ณ ท์ ต้องดื่มน้ำมันมะกอกก่อนจึงจะเข้ามาขอขมาได้

วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ข่าวช่องวัน รายงานว่า มียายวัย 81 ปี ได้บริจาคที่ดินของตนเองมูลค่า 14 ล้านบาท เพื่อสร้างสำนักปฏิบัติธรรม และบริจาคเงินสร้างศาสนสถาน กว่า 2 ล้านบาท แต่กลับถูกเจ้าสำนักขับไล่ ให้ออกจากที่ดินที่เคยเป็นของตัวเอง ทางผู้สื่อข่าวจึงเดินทางไปตรวจสอบบริเวณเพิงพักใกล้สำนักปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง พบยายแหล่ม ทิชากร อายุ 81 ปี อยู่บ้านเลขที่ 346 หมู่ 5 ต.ท่าชัย อ.ศรีสัชนาลัย จ.สุโขทัย

โดยยายแหล่ม เล่าว่า ตนและญาติพี่น้อง ชอบทำบุญและปฏิบัติธรรม มักจะชวนกันเหมารถไปปฏิบัติธรรม ฟังเทศน์ตามวัดต่าง ๆ และศรัทธาในแนวทางสันติอโศก ที่ จ.ตาก มีสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่งที่ตนและญาติมักจะไปปฏิบัติธรรมบ่อยๆจนกระทั่งเมื่อได้ฟังเทศน์จากพระมหาร้อยธรรม รู้สึกซาบซึ้งจับใจ เกิดความศรัทธาอย่างแรงกล้า เมื่อกลับมาบ้านผู้ที่ไปร่วมปฏิบัติธรรมด้วยกันจึงเสนอให้สร้างที่พักสงฆ์ในที่ดิน จำนวน 10 ไร่ของตน ซึ่งเคยมีเศรษฐีมาขอซื้อในราคา 14 ล้านบาท แต่ตนไม่ขายเพราะไม่เดือดร้อนเรื่องเงินทอง ไม่มีห นี้สิน ไม่มีสามีและลูก

ต่อมาน้องสาวตนและญาติไปนิมนต์ พระมหาร้อยธรรม ให้มาเป็นเจ้าสำนักที่นี่ ซึ่งตอนนั้นตนก็ไม่ขัดข้องเนื่องจากหลงเชื่อศรัทธา และยังขายที่ดินแปลงอื่น รวบรวมเงินมาได้ 2 ล้านกว่าบาท นำมาสร้างศาสนสถานต่าง ๆ และถวายที่ดินแปลงดังกล่าวให้กับสันติอโศก

โดยตนยังอาศัยอยู่ที่บ้านซึ่งอยู่ในที่ดินแปลงดังกล่าว ต่อมาเริ่มมีผู้มาปฏิบัติธรรมเพิ่มมากขึ้น ทั้งมาจากที่ต่างๆบางคนมีฐานะร่ำรวย ตนจึงเริ่มโดนกดดันและห้ามไม่ให้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆจะช่วยปรุงอาหารก็หาว่าตนสกปรกจะใส่บาตรก็ปิดฝาบาตรไม่รับอาหารจากตน และทำโท ษโดยหาว่าตนดื้ อด้านไม่เชื่อฟังพระ

ตนเพียงแค่ตนถามและอธิบายข้อข้องใจในบางเรื่องกลับถูกดุ และต้องถูกลงพรหมฑั ณ ท์ โดยการปฏิบัติลดละอัตตา 4 เดือน และต้องดื่มกินน้ำมันมะกอกก่อนจึงจะเข้ามาขอขมาได้ แต่ตนไม่ยอมกิน ท้ายที่สุดออกปากไล่ไม่ให้อยู่ภายในบริเวณสำนักฯ ซึ่งเคยเป็นที่ดินของตนที่สร้างถวายให้ ตอนนี้ทราบว่า ที่ดินดังกล่าวตกเป็นทรัพย์สินของมูลนิธิปฐพีพุทธ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ที่ตนต้องการบริจาคถวายให้สันติอโศก จึงต้องการให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงตามความตั้งใจเดิม และขอให้พระมหาร้อยธรรมออกไปอยู่ที่อื่น

ด้านนายนิมิตร ปิ่นทอง อดีตครูเกษียณ กล่าวว่า ยายแหล่มได้มาปรึกษาเรื่องดังกล่าวนานแล้วซึ่งพยายามหาทางช่วย โดยประสานทั้งศูนย์ดำรงธรรม ทั้งสำนักงานพุทธศาสนา เรื่องก็เงียบ ปรึกษาเลขาเจ้าคณะอำเภอท่านก็บอกว่า คนละนิกายกันไม่สามารถยุ่งเกี่ยวได้ จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยดูแลและตรวจสอบพฤติกรรม เนื่องจากทราบมาว่า ญาติโยมที่ใส่บาตรทำบุญให้ในตอนแรก ๆ พระจะไม่รับเงิน แต่หากศรัทธาเข้ามาเป็นสาวกร่วมหมู่คณะ กลับถูกชักชวนให้ทำบุญกันเป็นจำนวนมาก ๆ

อย่างชาวไร่อ้อยคนหนึ่งเมื่อพระรู้ว่ามีรายได้หลักแสนบาทก็จะชวนให้นำเงินมาทำบุญ บางคนขายที่ดินนำเงินมาถวายเป็นล้าน โดยลูกหลานมารู้ทีหลังได้แต่บ่นให้ตนฟัง แม้แต่แม่ยายตนเอง ยังจะขายที่ดินมูลค่า 3 ล้านบาท แล้วจะนำเงินมาทำบุญ 1 ล้านบาท แต่ยังขายไม่ได้ จึงโดนทวงถามถึงเงิน 1 ล้าน ชาวบ้านแถวนี้ที่เคยหลงมาทำบุญเริ่มลดน้อยลงจนเหลือแต่คนมาจากที่อื่น และที่เห็นว่าผิดปกติคือคนมาปฏิบัติธรรมแต่กลับมีความผิดต้องได้รับโ ท ษ เดินจงกรมตา กแดด ต้องดื่มน้ำมันมะกอกเพื่อให้ได้เข้ามาขอขมา ซึ่งเป็นเรื่องแปลกในพุทธศาสนามีการกระทำแบบนี้ด้วยหรือ

ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่องวัน