Saturday, 20 July 2024

“มะกรูด” พืชเศรษฐกิจเ งิ น ล้ า น ดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก ปลูกครั้งเดียวสร้าง ร า ย ได้ที่ยั่งยืน

เกษตรกรด่านมะขามเตี้ยไม่ยอมแพ้ต่อสภาพข า ด แคลนน้ำ เ ลิ ก ปลูกพืชไร่ หันมาปลูกมะกรูด พืชเศรษฐกิจอนาคตสดใส ดูแลง่าย ไม่ต้องคอยพรวนดินทำกินยันลูกหลาน“มะกรูด”พืชผักสวนครัว จำพวกเดียวกับขิง ข่า ตะไคร้ หอมแดง ล้วนแล้วแต่เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเครื่องต้มยำ ส่วนใบของมะกรูด ก็มีน้ำมันหอมระเหยกลิ่นหอมมากๆ เป็นได้ทั้งพืชผักที่นำมาประกอบอาหาร และสมุนไพร บำรุงหัวใจแถมปลูกที่ไหนขายได้ตลอดทุกฤดูกาล ราคาขึ้นลงตามภาวะของตลาด

มะกรูดตัดใบขายส่งแต่ละสวนแม้นจะข า ย ได้ราคาไม่แพง ตั้งแต่ 10 บาท ต่อกิโลกรัม ไปจนถึงราคาแพงแบบสุดๆ หลังฝนไปแล้ว 35บาท ต่อกิโลกรัมข า ย ลูกก็ได้ร า ค าดี 50 สตางค์ ต่อผล หรือจะจำหน่ายขายกิ่งพันธุ์กโกยร า ย ได้เป็นกอบเป็นกำคุณสันติ คงคา อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 176/2 หมู่ที่ 1ตำบลจระเข้เผือก อำเภอด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี โทร.087-161-2074 และ 093-682-1067 การทำสวนมะกรูดครอบครัว “คงคา”เรียกได้ว่า เป็นอาชีพมรดกจากรุ่นแม่สู่รุ่นลูก สร้างฐานะและร า ย ได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับครอบครัวเกษตรกรตัวอย่างร า ย นี้มานานหลายสิบปีแล้ว ปัจจุบัน คุณสันติ นับเป็นเกษตรกรผู้ปลูกมะกรูดรายใหญ่ในท้องถิ่นแห่งนี้ โดยปลูกมะกรูดบนที่ดินของตัวเอง และรับซื้อผลผลิตจาเกษตรกรลูกไร่ ประมาณ 200 ไร่

คุณสันติ เล่าให้ฟังว่า สวนแห่งนี้แต่เดิมเคยใช้ปลูกอ้อย ปลูกมันสำปะหลัง มาก่อน เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้ ขาดแคลนแหล่งน้ำชลประทาน ปลูกโดยอาศัยน้ำฝนเป็นหลัก ระยะหลังพื้นที่ปลูกพืชไร่ เจอปัญหาภัยแล้งคุกคาม และเจอการแพร่ระบาดของหนอนด้วง กัดกินอ้อยตั้งแต่ราก กอ กระทั่งต้นอ้อย สร้างความเสีย
หายต่อพื้นที่เพาะปลูกจำนวนมาก“มะกรูด” พืชทางเลือกที่มีอนาคตสดใส

ต่อมาปี 2540 เจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอด่านมะขามเตี้ย เข้ามาดูพื้นที่ทำกินของเกษตรกรในพื้นที่ และมอบกิ่งพันธุ์ต้นมะกรูด จำนวน 20 ต้น ให้คุณแม่ของคุณสันตินำไปปลูกเพื่อเสริมรายได้ โดยปลูกในระยะห่างประมาณ 4×4 เมตร ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 50 เซนติเมตร โดยปลูกต้นมะกรูดติดบริเวณชายป่าชุมชน พบว่า ต้นมะกรูดเจริญเติบโตดี ให้ผลผลิตงาม ปลอดโรคและแมลงรบกวน

คุณแม่ของคุณสันติ ปลูกมะกรูดไปได้ประมาณ 5 ปี จนต้นมะกรูดเติบโตสูงประมาณ 5 เมตร มีขนาดลำต้นใหญ่มาก ต่อมาเจอปัญหาภัยแล้งคุกคามอีกครั้งทำให้ต้นมะกรูดขาดน้ำ ลำต้นแห้งตายไปมาก เหลือรอดอยู่เพียงไม่กี่ต้น คุณแม่ของคุณสันติขยายพันธุ์ต้นมะกรูดอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีผลผลิตมากขึ้นพ่อค้าแม่ค้าที่วิ่งรถผ่านบริเวณหน้าบ้าน สังเกตเห็นว่า บ้านแห่งนี้ ปลูกต้นมะกรูดไว้เป็นจำนวนมาก จึงติดต่อขอซื้อผลผลิตเพื่อนำไปขายในท้องถิ่นอื่น

ด้านตลาด
คุณแม่ของคุณสันติ นำมะกรูดตัดใบออกข า ย ในราคาไม่แพง โดยข า ย ส่งในราคากิโลกรัมละ 15 บาท นอกจากนี้ ยังนำมะกรูดตัดใบออกข า ย ในลักษณะเป็นกำ โดยมีราคาข า ย ส่งอยู่ที่ กิโลกรัมละ 40 บาท ต่อมาคุณแม่ได้มอบหมายให้คุณสันติดูแลรับผิดชอบสวนมะกรูดแห่งนี้ ปัจจุบัน มะกรูดที่ปลูกรุ่นแรก มีอายุ มากกว่า 10 ปีแล้ว แต่ยังให้ผลผลิตที่ดี โดยมะกรูด 1 ต้น สามารถตัดใบออกขายได้ครั้งละ 20-30 กิโลกรัม ขึ้นไป

ส่วนต้นมะกรูด ที่ปลูกรุ่นหลังๆ มีอายุโดยเฉลี่ยตั้งแต่ 3-5 ปี ขึ้นไป สามารถเก็บเกี่ยวผลมะกรูดออกข า ย ได้ครั้งละประมาณ 2,000 ลูก สมัยก่อนแม่ค้ามารับซื้อผลมะกรูดในราคาหน้าสวน เฉลี่ย 100 ลูก ต่อราคา 20 บาท แต่ตอนนี้เกษตรกรสามารถขายผลมะกรูดในราคาที่สูงขึ้น เฉลี่ยผลละ 50 สตางค์คุณสันติเชื่อว่าราคามะกรูดจะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต เพราะเป็นสินค้าข า ย ดีเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในประเทศและตลาดส่งออก ไม่ว่าจะเป็นใบมะกรูด และลูกมะกรูด เพราะมะกรูดเป็นพืชสมุนไพรคู่ครัวอาหารไทย ในเมนูอาหารต้มยำ เป็นส่วนผสมในเมนูเครื่องแกง อุตสาหกรรมน้ำพริกเผา ฯลฯ แล้วมะกรูดยังเป็นที่ต้องการในภาคอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมยาและธุรกิจน้ำมันหอมระเหย จึงนับได้ว่า มะกรูดเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าจับตามองอย่างยิ่งเพราะปลูกดูแลง่ายกว่าการทำสวนมะนาว แถมราคาซื้อข า ย คงที่ไม่หวือหวาเหมือนกับราคาผลมะนาว

แปลงกิ่งพันธุ์ มีสปริงเกลอร์ให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ
ตลาดมะกรูดกว้างมากในอดีต คุณแม่ของคุณสันติ มุ่งเก็บลูกมะกรูดและตัดใบมะกรูดออกขายเท่านั้น ระยะหลังได้ผลิต “กิ่งมะกรูดตอน” ออกขายเพิ่มขึ้นเพื่อขยายช่องทางการขายให้กว้างขวางมากขึ้น คุณสันติ บอกว่า คุณแม่ของผมเชี่ยวชาญในเรื่องการผลิตกิ่งตอนมาก ประกอบกับมะกรูดที่ปลูกเป็นพันธุ์เกษตรใบใหญ่ ที่ให้ผลดก เติบโตแข็งแรง ปลูกดูแลง่าย ทำให้เพื่อนบ้านใกล้เคียงมาติดต่อขอซื้อกิ่งมะกรูดตอนจากสวนแห่งนี้อย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ คุณสันติผลิตกิ่งมะกรูดพันธุ์เกษตร ที่มีลักษณะเด่น ในเรื่องลูกดก ใบใหญ่ จำหน่ายให้แก่เกษตรกรและผู้สนใจทั่วไป โดยกิ่งมะกรูดชำบรรจุในถุงดำ จำหน่ายในราคากิ่งละ 25-35 บาท ส่วนกิ่งตอนตุ้ม ขนาด 30-40 เซนติเมตร จำหน่ายในราคากิ่งละ 10 บาท กิ่งตอนตุ้ม 50 เซนคิเมตร ราคา 15 บาท กิ่งตอนตุ้ม 70ซม.ขึ้นไป ขายในราคากิ่งละ 20 บาท

ต้นมะกรูด ปลูกดูแลง่าย
คุณสันติ บอกว่า สมัยก่อน พ่อแม่จับจองพื้นที่เอาไว้ ประมาณ 100 กว่าไร่ แบ่งสรรเป็นที่ดินมรดกให้ลูกๆ จำนวน 5 คน ทำสวนมะกรูดเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัวละ 50 ไร่ นอกจากนี้ ผมยังมีลูกไร่ปลูกมะกรูดส่งขายให้อีกเพราะอาชีพการทำสวนมะกรูดสร้างร า ยได้ที่ดีมากกว่าการทำนา ไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลังเนื่องจากต้นมะกรูด ปลูกดูแลง่าย ไม่ต้องค่อยไถค่อยพรวนดินบ่อยๆ เสมือนเสือนอนกินระยะยาว ไม่เหนื่อยมาก แต่มีร า ยได้เข้าตลอด เกษตรกรที่ปลูกมะกรูดจะมีร า ย ได้เฉลี่ยประมาณ 200-300 บาท ต่อต้น ต้นมะกรูด ยิ่งอายุมาก ต้นยิ่งโตใหญ่ ยิ่งมีโอกาสข า ย ทำเ งิ น ได้มากขึ้น ทั้งขายใบทั้งข า ย ลูก หากข า ยเป็นกิ่งพันธุ์ ราคาข า ยไม่ต่ำกว่า 10 บาท หากเป็นกิ่งสวยๆ ขนาด ประมาณ 10-15 เซนติเมตร จะขายได้กิ่งละ 15 บาท

มะกรูดพันธุ์เกษตรมีใบใหญ่
ส่วนใบมะกรูดขายได้ที่ กิโลกรัมละ 15 บาท ราคาก็ปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เป็นกิโลกรัมละ 20 บาท จนถึง กิโลกรัมละ 35 บาท ก็เคยขายได้มากแล้ว โดยทั่วไปเกษตรกรสามารถขายใบมะกรูดได้ในราคา 25 บาทต่อกิโลกรัม ประมาณช่วงเดือนพฤษภาคมจนถึงเดือนกรกฎาคม ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ราคาซื้อข า ย ใบมะกรูดจะยืนราคาสูงที่กิโลกรัมละ 25-35 บาท ทีเดียว ส่วนผลมะกรูดในช่วงฤดูฝนจะข า ย ได้ในราคาประมาณ ร้อยละ 80-90 บาท ทั้งนี้ การปลูกมะกรูดไม่มีปัญหาเรื่องโรคแมลง ดูแลรักษาง่าย ที่นี่ปลูกต้นยูคาลิปตัสบริเวณสวนมะกรูด เพื่ออาศัยกลิ่นเหม็นของต้นยูคาลิปตัสไล่แมลงอีกทางหนึ่ง หากใครคิดจะปลูกมะกรูดระยะชิด ควรปลูกไร่ละ 800 ต้น หากจะให้เหมาะสม ควรปลูกระยะ 2×2 จะได้ต้นมะกรูดจำนวน 400 ต้นพอดี และควรให้น้ำในระบบมินิสปริงเกลอร์โดยฉีดพ่นน้ำให้ชุ่มเพียงวันละครั้งก็เพียงพอแล้ว จากการพูดคุยกับคุณสันติ ทำให้เห็นว่า อาชีพการทำสวนมะกรูดง่ายไม่ยุ่งยากอะไรเลย เพียงแต่ต้องอาศัยการดูแลเอาใจใส่ในระยะแรกๆ ที่ต้นมะกรูดยังเล็กอยู่เท่านั้น ด้านตลาดก็หายห่วง มีแต่คนอยากซื้อมะกรูด ปลูกเท่าไรก็ไม่พอขาย เรียกว่าซื้อง่ายขายคล่องหากท่านผู้อ่านสนใจสามารถที่ต่อสอบถามได้ที่คุณสันติ โดยตรง ที่โทร. 087-161-2074 และ 093-682-1067 รับรองไม่ผิดหวัง ได้กิ่งพันธุ์คุณภาพดีราคาไม่แพง