ปุ๋ยอินทรีย์น้ำ จากตะไคร้หอม ป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแทนส ารเคมีได้เป็นอย่างดี

ตะไคร้หอมเป็นพรรณพืชที่มีถิ่นกำเนิดในบริเวณเขตร้อนของทวีปเอเชีย ซึ่งน่าจะอยู่ในบริเวณภูมิภาคเอเชียใต้ และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น อินเดีย ศรีลังกา พม่า ซึ่งวันนี้แอดจะขอน้ำเสนอ การทำปุ๋ยอินทรีย์จากตะไคร้หอม ปุ๋ยตอนนี้กำลังมีปัญหาและดูจะเป็นเรื่องร้อนของใครต่อใครหลายคนทีเดียวก็ย่อมเป็นธรรมดาเมื่อมองว่าประเทศไทยเป็นเรื่องง่ายสำหรับการหลอกซึ่งกันและกัน เรื่องทำนองอย่างนี้และเช่นนี้ก็ย่อมที่จะปรากฏให้พบเห็นเรื่อยไป

โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับเกษตรกรของไทยด้วยแล้วดูจะเป็นสิ่งที่มีเกี่ยวดองกันตลอดเวลา ส่วนหนึ่งอาจจะเกิดจากที่ว่าที่ผ่านมาหากทำอะไรที่เกี่ยวกับผู้คนส่วนนี้จะไม่ยากและลำบากแต่ประการใดหากหวังที่จะกอบโ กยกำไรแบบงาม ๆ เข้ากระเป๋าตัวเองและกลุ่มตน แต่ถึงกระนั้นก็ยังดีที่เป็นเรื่องราวขึ้น มาเช่นนี้ อย่างน้อยจะ ได้รู้กันว่าปัจจุบันนั้นยากมากแล้วสำหรับ การห ลอกล วงเกษตรกร

เกี่ยวกับเรื่อง ปุ๋ยเช่นกันแต่เป็นปุ๋ย ที่สะอาดกว่า คือไม่มาจากการค ดโก งหรือมีแนวโน้มเช่นนั้น หากแต่มาจากแนวคิดเพื่อแก้ปัญหาของ เกษตรกรไทยโดยการนำเอาสิ่งที่มีอยู่มากมายในพื้นที่มาจัดทำโดยการสะสมประสบการณ์ของแต่ละคนมาประยุกต์และทดลองใช้จนเป็นผลในทางที่ดีที่ให้คุณแก่ความต้อง การของเกษตรกรได้ ซึ่งมีมากมายหลายอย่างและหนึ่งใน นั้นก็คือการทำปุ๋ยและสารไล่แ ม ล งศั ต รูพืชจากตะไคร้หอม

สุพรรณี โสภณโภไคย หัวหน้าฝ่ายเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมพัฒนาที่ดินบอกมาว่า ในตอนนี้มีการคิดค้นพบพร้อมสรุปได้แล้วว่าตะไคร้หอมสามารถนำมาทำเป็นปุ๋ยและชีวภาพที่ให้ประโยชน์แก่ต้นไม่ได้ ซึ่งล่าสุด นายนุกูล หงษ์หิรัญ หัวหน้าสถานีพัฒนาที่ดินระยองได้ทดลองทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่มีส่วนประกอบหลักของตะไคร้หอม นำมาเป็นสา รในการปราบศั ต รูพืช ไล่แม ลง เพื่อทดแทนการใช้สา รเ ค มี เนื่องจากพบว่าในตะไคร้หอมมีกลิ่นและมีสารที่สามารถป้องกันแม ลงได้หลายตัวเช่น หนอนกระทู้ ด้วง ถั่วเขียว เพลี้ยจักจั่นเรไร ต่างๆ รวมทั้งยุงด้วย เหมาะที่จะทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำที่สามารถใช้ได้ทั้งป้องกันและกำจัดศัต รูพืชแทนส ารเคมีได้เป็นอย่างดีและไม่แพ้สะเดา

สำหรับวิธีการทำไม่ยากนัก อย่างแรกใช้วิธีแบบเดี่ยวมีแค่เพียงตะไคร้หอมไม่มีส่วนผสมของพืชสมุนไพรชนิดอื่นผสมอยู่ วิธีการเริ่มจากนำตะไคร้หอม 5 กิโลกรัม ที่มีอายุตั้งแต่ 7 เดือนขึ้นไป

1.นำมาบดให้ละเอียดแล้ว แช่น้ำสะอาด 10 ลิตร
2.ผสมคลุกเคล้าหมักเข้ากับน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม และหัวเ ชื้ อจุลินทรีย์ จำนวน 1 ซอง
3.หมักทิ้งไว้ประมาณ 7 วัน ในถังปิดฝา อัตรา 1 : 200 ฉีดพ่นทุก 7 วัน
4.อีกวิธีใช้แบบรวมตำรับมี 2 สูตร ด้วยกันคือมีส่วนผสมส มุ น ไ พ รชนิดอื่นผสม

สูตรที่ 1 :ประกอบด้วยย าฉุน 1 กิโลกรัม สะเดา 1 กิโลกรัม หัวข่า 2 กิโลกรัม ตะไคร้หอม 2 กิโลกรัม หัวเ ชื้ อจุ ลิ น ท รีย์ 1 ซอง น้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม น้ำสะอาด 20 ลิตร นำมาคลุกเคล้าหมักทิ้งไว้ 7 วัน ในถังปิดฝา อัตราการใช้ 1:200 ฉีดพ่นทุก 7 วัน
สูตรที่ 2 :มีส่วนผสมของว่านน้ำ 2 กิโลกรัม สาบเสือ 2 กิโลกรัม ย าฉุน 1 กิโลกรัม ตะไคร้หอม 2 กิโลกรัม น้ำตาลทรายแดง 2 กิโลกรัม หัวเ ชื้ อจุ ลิ น ท รี ย์ 1 ซอง น้ำสะอาด 20 ลิตร นำมาคลุกเคล้าหมักทิ้งไว้ 7 วัน ในถังปิดฝาอัตราการใช้ 1:200

ขั้นตอนสุดท้ายก่อนนำไปใช้ควรกรองกากตะกอนหลาย ๆ ครั้ง นำไปฉีดพ่นแปลงเพาะปลูกพืชไร่ สามารถกำจัดด้วงกินใบ หนอนด้วงใบและหนอนกระทู้ผักได้ดีมาก น้ำหมักที่เหลือควรใส่ขวดสีชาและเก็บไว้ในอุณหภูมิปกติอย่าให้ถูกแสงแดดโดยเด็ดขาด อย่างไรก็ตามการฉีดพ่นอาจจะไม่เห็นผลทันตาเนื่องจากเป็นสารจากธรรมชาติ ดังนั้นในระยะแรกอาจจะฉีดพ่นในช่วง 3-5 วัน จากนั้นอาจจะห่างไป 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน

การฉีดพ่น ให้พ่นสลับกันอย่างละ 1 ครั้ง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันแ ม ล ง เช่น เพลี้ยอ่อนเพลี้ยไฟไรแดง เพลี้ยไก่แจ้ เพลี้ยแป้ง เพลี้ ยหอยให้ใช้สลับกันอย่างต่อเนื่องทุก 7-10 วัน ตะไคร้หอมตามสูตรต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากสามารถไล่และกำ จัดแมลงศัต รูพืชได้แล้วยังมีส่วนในการบำรุงดินให้ดินมีอาหารพืชมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย ซึ่งเกษตรกรในพื้นที่จังหวัดระยองหลายสวนนำไปใช้ได้ผลภายในหนึ่งฤดูการผลิตหลายร าย

แหล่งที่มา http://knowledge.kasetbay.com
เรียบเรียงโดย ธรรมะเกษตรก้าวหน้า