Monday, 15 April 2024

ปลูกปอเทืองหลังทำนา เป็นปุ๋ยพืชสดชั้นดี สร้างรายได้หลังปลูกข้าว

“เดี๋ยวนี้ชาวนา ชาวไร่ เริ่มหันมาสนใจปลูกปอเทืองกันมากขึ้น ผิดกับเมื่อ 7-8 ปีก่อน ไม่ค่อยสนใจ ไม่มีใครกล้าปลูก แม้แต่เราจะขอเช่าที่ปลูกก็ยังไม่ให้ กลัวว่าปอเทืองจะเป็นวัชพืช ตอปอเทืองจะไปแทงมือ แทงเท้าเวลาดำข้าวในนา แต่เมื่อรู้ว่าปอเทืองเป็นปุ๋ยพืชสด ถ้าเมล็ดงอกแล้วถึงดินจะแห้งแล้งยังไง ต้นก็เติบโตได้ ปลูกแล้วทำให้ดินดี ต้นข้าวงาม ทุกวันนี้เพื่อนบ้านต่างมาขอร้องให้ไปช่วยปลูกในที่นาของเขาบ้าง ให้ปลูกแบบฟรีๆ เราได้เมล็ดขาย ส่วนเจ้าของที่ได้ปุ๋ยโดยไม่ต้องซื้อหา”

ปอเทืองเป็นพืชตระกูลถั่วที่นิยมนำมาใช้เป็นปุ๋ยพืชสด ปอเทือง เป็นพืชตระกูลถั่ว ลักษณะเป็นไม้พุ่มความสูง 100–300 เซนติเมตร ลำต้นกลม ใบยาวเรียวแหลม ดอกสีเหลือง ฝักเป็นรูปทรงกระบอก เมล็ดคล้ายรูปไตสีน้ำตาล ความยาวประมาณ 6 มิลลิเมตร มี 10 -20 เมล็ด/ฝัก ปอเทืองเป็นพืชที่ใช้ต้นทุนในการปลูกต่ำและทนแล้ง โดยนอกจากเก็บเมล็ดพันธุ์ขายแล้วยังสามารถไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสดเพื่อใช้ปรับคุณภาพดินได้ ดังนั้นมันจึงเป็นพืชทางเลือกใหม่ในวิกฤตแล้งเช่นนี้

วิธีการปลูกปอเทืองในนาข้าว การเตรียมดินและการปลูก ปอเทือง มี 2 วิธี คือ 1. ปลูกโดยไม่ต้องเตรียมดิน ซึ่งทำโดยก่อนการเก็บเกี่ยวข้าว ใช้เมล็ดพันธุ์ปอเทืองหว่าน 1–2 วัน จึงใช้รถเก็บเกี่ยวข้าว วิธีนี้จะสูญเสียเมล็ดพันธุ์มากจากการกลบของฟางข้าว หรือหลังการเก็บเกี่ยวข้าวใช้เมล็ดปอเทืองหว่านตามร่องรถเกี่ยวข้าวแล้วกระจายฟางข้าวให้ทั่วแปลง หรือจะเก็บฟางข้าวไว้เลี้ยงสัตว์ก็ได้ วิธีนี้จะได้ใช้พื้นที่มากขึ้น

2. การปลูกโดยการเตรียมดิน ทำได้โดยใช้รถไถขณะดินมีความชื้นอยู่ แล้วหว่านเมล็ดปอเทือง จะคราดกลบหรือไม่ก็ได้ ถ้าคราดกลบจะงอกได้สม่ำเสมอและเจริญเติบโตดี ส่วนการเก็บเกี่ยวผลผลิต มี 2 วิธี คือ ใช้รถเกี่ยวข้าวเก็บเกี่ยว แต่ไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากไม่คุ้มกับการลงทุนเพราะลำต้นของมันมีความแข็งจะทำให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรได้ และสำหรับเกษตรกรจะได้ผลผลิตค่อนข้างต่ำจึงไม่คุ้มต่อการลงทุน และอีกวิธีคือการใช้เคียวเกี่ยวผึ่งแดดไว้ 3–4 แดด นำมาใส่กระสอบแล้วทุบให้ฝักแตก หรือนำมากองบนผ้าใบ บนตาข่าย บนลานแล้วใช้รถย่ำในบริเวณแปลงนาได้เลย ผลผลิตเฉลี่ย 80-120 กิโลกรัมต่อไร่ ราคาเฉลี่ย 20 – 25 บาทต่อกิโลกรัม

การดูแลรักษาปอเทือง หลังการหว่านเมล็ดพันธุ์ปอเทืองแล้วประมาณ 3–5 วัน จะงอกโดยอาศัยความชื้นที่มีอยู่ในดิน ไม่ต้องให้น้ำ เมื่ออายุ 50–60 วัน ดอกเริ่มบานจากข้างล่างก่อน หลังดอกร่วงโรยจะติดฝักจากข้างล่างก่อนเช่นเดียวกัน ฝักจะแก่เก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 120–130 วัน ศัตรูที่สำคัญได้แก่หนอนผีเสื้อจะเจาะฝักกินเมล็ดข้างใน

ประโยชน์ของการปลูกปอเทือง
1. เป็นที่เที่ยว
สามารถจัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ผู้คนได้ไปเที่ยวชมความสวยงามได้คล้ายๆ กับทุ่งทานตะวัน เพราะทุ่งปอเทืองก็มีความสวยงามไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันแต่อย่างใด อีกทั้งยังช่วยเสริมสร้างให้เกษตรมีรายได้เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการขายของที่ระลึก ขายอาหาร เครื่องดื่ม และอื่นๆ อีกมากมาย ถ่ายรูปมุมไหนๆ ก็ปังเลยล่ะ

2. เป็นปุ๋ยบำรุงดิน
เมื่อทำนาธาตุอาหารในดินจะถูกนำไปบำรุงต้นข้าว
ดังนั้นก่อนจะปลูกพืชชนิดอื่น หรือทำนาใหม่อีกครั้ง
ควรบำรุง หรือเติมธาตุอาหารในดินด้วยการปลูกปอเทืองค่ะ

3. ไว้เก็บเมล็ดพันธุ์ขาย
สำนักงานพัฒนาที่ดินยินดีรับซื้อเมล็ดพันธุ์ปอเทืองคืนในราคากก. ละ 16-20 บาท โดย 1 ไร่จะได้เมล็ดพันธุ์ราวๆ 30 กก. นั้นเองครับก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการหารายได้เล็กๆ น้อยๆ นะคะ หลังนาอย่าลืมปลูกปอเทืองกันนะครับ

ฤดูปลูก
การปลูกปอเทืองนิยมปลูกใน 2 ฤดู คือ ฤดูหนาวหลังเก็บเกี่ยวข้าว เริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และฤดู
ฝนในช่วงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ทั้งนี้วัตถุประสงค์ของการปลูกที่พบในปัจจุบัน ได้แก่
1 ปลูกเพื่อใช้ไถกลบเป็นปุ๋ยพืชสด
2 ปลูกเพื่อใช้ท าหญ้าอาหาสัตว์
3 ปลูกเพื่อการท่องเที่ยว
4 ปลูกเพื่อนาดอกไปรับประทาน

สำหรับเกษตรกรที่จะปลูกปอเทืองเพื่อทำเป็นปุ๋ยสด โดย”พื้นที่ 1 ไร่ เกษตรกรใช้เมล็ดพันธุ์ 5 กก. ถ้าซื้อเมล็ดลงทุนเพียง 100 บาท เท่านั้น เมื่อปลูกแล้วจะได้เมล็ดพันธุ์คืนมา 150-200 กก. ถ้าขายก็ได้กำไรแล้ว อย่างน้อยไร่ละ 400 บาท แต่วัตถุประสงค์ก็คือ การไถ่กลบเพื่อบำรุงดิน ส่วนที่ขายเมล็ดเป็นผลพลอยได้