Monday, 15 April 2024

น้องซัน หนุ่มน้อยวัย 15 ยอดกตัญญู ขายต้นไม้ออนไลน์ หารายได้ ปลด ห นี้ ช่วยพ่อ – แม่

เรื่องราวของหนุ่มน้อยวัย 15 ปี ที่ขยันทำกินหา เ งิ น มาจุนเจือครอบครัว เหตุเพราะร้านอาหารตามสั่งของแม่และอาชีพขับแท็กซี่ของพ่อ ฝืดเคืองเต็มทีถึงขั้นติดลบ กระทั่งเป็น ห นี้ เป็นสินก้อนใหญ่ หาได้เท่าไหร่ก็ไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ซัน- ยศสรัล โตสืบวงศ์ ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ม.4 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอศาลายา จังหวัดนครปฐม ด้วยน้ำเสียงร่าเริงสมวัย ย้อนเรื่องราวให้ฟัง แม่มี ห นี้ อยู่ก้อนหนึ่งประมาณ 350,000 บาท และทยอยใช้มาตั้งแต่ปี 2548 แล้ว แต่ไม่หมดเสียที ห นี้ บัตรเครดิตก็มี พ่อซึ่งขับแท็กซี่ ก็ขับไม่ได้เพราะสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีในปัจจุบัน เขาจึงอยากหารายได้มาช่วยครอบครัวตอนอยู่ ม.3 เทอมปลาย จึงไปรับจ้างในร้านอาหารตามสั่ง ได้ค่าแรงวันละ 300 บาท ทำงานตั้งแต่ แปดโมงเช้าถึงสองทุ่ม แต่วันธรรมดาต้องไปเรียนหนังสือ ทำได้แค่ครึ่งวันหลังกลับจากโรงเรียน ค่าแรงจึงเหลือวันละ 150 บาท แต่ทำได้ไม่นาน ก็ต้องเลิก เพราะร้านมีอันต้องปิดไปเพราะสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีที่เกิดขึ้น

เมื่อหมดจ๊อบรับจ้าง ซัน จึงมองหา ร า ย ได้ทางอื่น นึกขึ้นได้ ตัวเองเป็นคนชอบปลูกต้นไม้ ก่อนหน้านี้เคยเจียดค่าขนมไปซื้อไม้มงคลกระถางเล็กๆ จากตลาดต้นไม้ขายส่งมาปลูกเป็นงานอดิเรก เลยลองโพสต์ขายต้นไม้ บนหน้าเฟซตัวเอง ปรากฏผลตอบรับดี ซื้อมา 8 บาท ขาย 20 บาท กำไรกระถางละ 12 บาท ถือว่าน่าพอใจแล้ว แต่ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่รุมเร้า ตัวเขาและครอบครัว จำต้องย้ายบ้านจากในกรุงเทพฯ มาหาเช่าบ้านในอำเภอศาลายา ซึ่งโชคดี ได้บ้านเช่าไม่แพง พอมีบริเวณเปิดเป็นร้านอาหารตามสั่งได้ แต่บ้านตั้งอยู่ตรงคอสะพานพอดี ไม่มีใครจอดรถซื้อข้าวได้ ร้านอาหารตามสั่งของแม่เขาเลยขายได้แค่วันละจานสองจาน ชีวิตติดลบเข้าไปใหญ่ จะหาหยิบยืมใครก็ไม่ได้ จึงคิดว่าจะอยู่เฉยไม่ได้แล้ว

ซัน พ่อค้า ม.4จึงตัดสินใจลองลงทุนเพิ่ม ก่อนตระเวนหาซื้อต้นไม้มงคลหลากหลายพันธุ์ ตามตลาดขายส่งละแวกบ้าน นำมาโพสต์ ข า ย ในกลุ่มคนรักต้นไม้ บนแพลตฟอร์มเฟซบุ๊ก ปรากฏผลตอบรับดีเกินคาด จนทำให้ส่งต้นไม้ล่าช้า อีกทั้งยังไม่รู้วิธีแพ็กที่ถูกต้อง ต้นไม้จึงเกิดความเสียหายเมื่อถึงมือลูกค้า“วันนั้นสอบพอดี ไม่สามารถพกโทรศัพท์เข้าห้องได้ พอตอนเที่ยงออกมาจากห้องสอบ ผมก็ไล่ตอบแชทลูกค้า 20-30 คน ที่ต่อว่าเรื่องส่งต้นไม้ช้า ที่โทรมาด่าก็มี เขาบอก ถ้าน้องมีปัญญาแพ็กแค่นี้ กลับไปเรียนเหมือนเดิมเถอะ นี่เป็นประสบการณ์เริ่มต้นของเด็กอายุ 14 ที่อยากช่วยทางบ้านหาเงิน” ซัน เล่าเสียงหม่น

และเพราะต้องช่วยครอบครัวหา เ งิ นเข้าบ้าน เขาจึงโพสต์ขายต้นไม้ในกลุ่มบนเฟซบุ๊ก บ่อยเกินไป เป็นการทำ ผิ ด ก ฎ แอดมินกลุ่มจึงบล็อกไม่ให้เขาเข้าไปโพสต์ขายต้นไม้ได้อีก เขาเลยหันมาตั้งหลักใหม่ด้วยการแอดเฟรนด์คนอื่นๆ ที่เคยโพสต์ลงกลุ่ม เพื่อให้คนรักต้นไม้รู้จักเขามากขึ้น ก่อนใช้วิธี Live สดหน้าเฟซของตัวเอง เป็นหลัก ไม่ต้องไปรบกวนคนอื่นให้มาอนุมัติให้ขายของแต่ละที เมื่อมีประสบการณ์มากขึ้น ปัญหาการส่งล่าช้า ปัญหาการแพ็กต้นไม้ก่อนส่ง ค่อยๆ หมดไป คราวนี้ พ่อค้า ม.4 อยากลองนำไม้ใหญ่ มา Live ขายบ้าง แต่ไม่ดีอย่างที่คิด ลงทุน 4 ต้น ต้นละพันบาท ขายได้แค่ต้นเดียว ที่เหลือขายไม่ออก ลดราคาแล้วก็ไม่มีใครซื้อ พอเลี้ยงไม่เป็น ต้นไม้เหี่ยวแห้ง เสียหาย ทุนเลยจมไปหลายบาทประสบการณ์ครั้งนั้น ทำให้ถึงกับต้องกุมขมับ เลยทีเดียวไล่เรียงมาถึงจุดเปลี่ยน ที่เจ้าของเรื่องราว บอก จะเรียก ไม้ด่างช่วยพลิกชีวิต ของเขาก็ว่าได้

“Live ขายต้นไม้แบบซื้อมาขายไปได้พักหนึ่ง ผมเกิดความคิด ถ้าขายแต่ต้นไม้เดิมๆ ให้ลูกค้าเดิมๆ เขาก็ไม่อยากได้ เพราะเขามีแล้ว เลยลองเอาเงินไปลงทุนซื้อไม้ด่าง ที่ต้นทุนแพงมาก มาขายสักต้นสองต้น ปรากฏได้กำไรดีกว่าต้นไม้ธรรมดาเยอะเลย งั้นเอากำไรไปซื้อเพิ่มอีก และลดปริมาณต้นไม้ที่ต้องขายเยอะๆ แต่มาเน้นไม้ด่าง ที่ตลาดต้องการมากขึ้นแทน” ซัน เล่าอย่างนั้น ก่อนบอกต่อ ไม้ด่าง ต้นทุนสูงจริง แต่เป็นที่ต้องการของตลาด จึงขายง่าย เขาเลยเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง ช่วงเวลาไม้ตัวไหน มีคนเล่น ประกอบกับบ้านของเขาที่อำเภอศาลายา อยู่ใกล้แหล่งต้นไม้หลายแหล่ง จึงเริ่มตระเวนหาซื้อไม้ด่างมา Live ขาย ทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้น กระทั่งแตะหมื่นบาทแรก ดีใจมากๆ

“เล่นไม้ด่างตระกูลฟิโล ทั้งหมดเลยครับ พวก หูช้างด่าง ขายดี ผมเคยถามตัวเอง ถ้าตั้งราคาขายถูก เพื่อเอากำไรถูก แล้วจะลงทุนสูงเพื่ออะไร เลยหันมาลงทุนต้นละพัน บอกขายต้นละสองพัน ปรากฏขายได้ เพราะราคาที่ตั้งยังถูกกว่าร้านอื่นอีก เลยใช้จุดนี้เป็นจุดหลัก คือ ขายถูกกว่าคนอื่น แต่ยังมีกำไร เพื่อดึงดูดลูกค้า ซึ่งสิ่งที่ผมต้องทำคือ ไปหาแหล่งซื้อที่ราคาไม่แพง มาขายในราคาถูกที่สุด ทุกวันนี้ เลยลงทุนไปไม้ด่างทั้งหมดเลย บางครั้งได้กำไรครึ่ง-ครึ่ง บางครั้งได้ 2-3 เท่า” พ่อค้า ม.4 บอกอย่างนั้น

ถามไถ่ถึงภารกิจชีวิตนักเรียน ม.4 โปรแกรมศิลป์ภาษา ซัน บอก ช่วงนี้จันทร์-ศุกร์ เรียนออนไลน์ ส่วนวันหยุดจะรีบ รีบตื่นไปตลาดต้นไม้แต่เช้า พอวัน อังคาร จะ Live สด ขายต้นไม้ เลิกประมาณตี 2 ตี 3 เพราะต้องไล่ตอบคอมเม้นต์ลูกค้าเป็นพันราย “ตอนตระเวนซื้อต้นไม้ จะให้พ่อขับแท็กซี่พาไป ช่วง Live สด มีพี่กับพ่อ ช่วยหยิบจับ ผมเป็นคนพูดเอง เพราะคล่องกว่า ส่วนแม่ขายอาหารตามสั่งด้วย แพ็กต้นไม้ไปด้วย ผม ก็เรียนออนไลน์ไป แพ็กต้นไม้ไป แต่พยายามเข้าเรียนทุกคาบ” ซัน เผยให้ฟัง ก่อนเล่าน้ำเสียงภูมิใจ กำไรจากน้ำพักน้ำแรงที่ทำงานหนักมาตลอดเกือบ 3 เดือน สามารถโอนเงินใช้หนี้ให้กับแม่ถึงสองแสนห้าหมื่นบาทแล้ว เหลือแสนบาทสุดท้าย ที่กำลังหาอยู่ ความจริงมีพอจ่ายแล้ว แต่ขอนำเป็นทุนไปซื้อไม้ด่างรุ่นใหม่ก่อน

“ไม้ด่างทำกำไรได้ดี แต่ต้องติดตามดารา ดูตลาด ว่าคนเขาตามหาต้นไม้ไหนมากที่สุดตอนนี้ กระแสไหนมาตอนนี้ ก็ต้องรีบไปคว้าให้ทันก่อนคนอื่นที่ราคามันจะขึ้น มันเหมือนช้อนซื้อหุ้นเลยพี่” ซัน บอกจริงจังและว่า นอกจากจะซื้อมาขายไปแล้ว เขายังเริ่มสะสมตัวไม้ด่าง คิดว่าอนาคตต้องมาแรง อย่าง เงินไหลมาด่างเหลือง เมื่อก่อนต้นละ 500-600 บาท ไม่มีคนสนใจ ตอนนี้ต้นนึงเกือบหมื่นแล้ว คือ ถ้าสินค้าเหลือน้อย ตลาดต้องการ ราคาก็แพงขึ้นหลายเท่า อาชีพอย่างผมต้องตามให้ทัน“ตอนนี้ไม้ด่าง สาย EPI (อีพิ) กำลังดัง ผมต้องตามให้ทัน ซื้อต้นใหญ่มาตัดให้ลูกค้า แล้วขายถูกเหมือนเดิม เพราะบางท่านงบไม่ถึง แบ่งขายให้ไป ทุกวันนี้ มีคนทำอาชีพแบบนี้เยอะ ต้องแย่งกันหาซื้อ ต้องไปตลาดให้ทัน ซึ่งผมมีอยู่สิบกว่าร้าน อยู่ที่ ปทุมธานี นครปฐม นนทบุรี ที่ค้าขายกันอยู่” ซัน เผย

ถามถึงความตั้งใจของหนุ่มน้อยวัย 15 ซันบอก อยากมีสวนเล็กๆ เลี้ยงไม้ด่าง เพราะไม้ด่าง ช่วยพลิกชีวิต ช่วยครอบครัวของเขาได้มากจริงๆ ตอนนั้นทุกคนท้อ ไม่รู้จะไปทางไหน เจ้าหนี้ก็ทวง หนี้บัตรเครดิตหมดวงเงินจะให้ยืม ขายอาหารตามสั่งก็ไม่ได้ ไม่มีอะไรให้ทำ แต่คิดว่าในเมื่อดาราเขาเล่นได้ ตัวเราน่าจะทำได้“ไม้ด่าง น่าจะยังได้รับความนิยมอีกยาว เพราะปริมาณมีน้อย แต่คนต้องการเยอะ เลี้ยง 2-3 เดือน ราคาขึ้นแล้ว แต่ถ้าอนาคตความนิยมลดลง ก็ไม่เป็นไร เพราะถึงเวลานั้น ผมคงมีพื้นฐานอาชีพที่มั่นคง มีวิชาค้าขายออนไลน์แล้ว” ซัน บอกและว่า ตอนนี้มีเพื่อนๆ และรุ่นน้อง มาขอให้เขาช่วยแนะนำ การขายต้นไม้ออนไลน์ เพราะอยากหารายได้ช่วยครอบครัวเหมือนกัน ซึ่งเขาจะบอกว่า ถ้าอยากทำจริงๆ ต้องอยู่ที่ความมานะ และจุดมุ่งหมายของแต่ละคน

“อย่างผม มีจุดมุ่งหมายคือ ต้องการใช้ ห นี้ ให้แม่ ซื้อบ้านให้แม่อยู่ คือเป้าหมายสูงสุดแล้ว แต่ถ้าสูงสุดกว่านั้น คือ มี เ งิ น เก็บ แล้วสามารถนำไปช่วยเหลือ ไปแบ่งปันให้คนอื่นได้” ซัน ทิ้งท้าย น่าประทับใจ

เรียบเรียงโดย เกษตรก้าวหน้า