Sunday, 25 February 2024

น่าเห็นใจ !พ่อค้าขายไอศกรีมถูกล็อกล้อ พร้อมบอกว่า วันนี้ยังขายไม่ได้ ลูกเมียรอกินข้าว ถ้าถูกปรับ ผมหมดตัวแน่

สถานการณ์ปัจจุบันสร้างผลกระทบไปทุกภาคส่วน สมาชิกผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง ลงรูปเหตุการณ์ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ล็อกล้อรถขายไอศกรีม ที่บริเวณหน้าตลาดประชานิเวศน์ 1 แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยเจ้าของโพสต์ยังได้ระบุไว้ว่า น่าเห็นใจ พ่อค้าไอติม ที่ถูกล็อกล้อรถ ยืนหน้าเศร้าถกเถียงกับคุณ “ตำหนวด” พร้อมอ้อนวอนขอความกรุณาอย่าจับเลย เพราะวันนี้ยังขายไม่ได้ เงินก็ไม่มี ห นี้ สิ น ก็บานเบอะ แถมเศรษฐกิจก็ผุพัง

ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้ถูกระบุว่า ทางรถไผ่ทองไอศครีม มาจอดไม่ถึง 2 นาทีเท่านั้นเพื่อหาลูกค้า แต่กลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรล็อกล้อ ทางพ่อค้ายังได้พูดกับเจ้าหน้าที่ว่า ลูก-เมีย ผมรอกินข้าว กำไรวันละไม่ถึง 1 พัน เ สี ย ค่าปรับไป ผมหมดตัวแน่

เรื่องราวดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมากในโลกออนไลน์ หลายคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเห็นใจพ่อค้ารายดังกล่าว รวมไปถึงผู้ประกอบการทุกคนที่กำลังเดือดร้อนจากภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ด้วยหลายคนยังได้ตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงไม่ตักเตือนก่อน แต่กลับตรงเข้ามาล็อกล้อ หากเป็นเหตุการณ์ดังนี้จริง ก็น่าเห็นใจผู้เป็นพ่อค้ามากๆ

นอกจากนี้ ยังมีหลายคนที่มีน้ำใจ อยากจะช่วยเหลือค่าปรับพ่อค้าไอศกรีมคนดังกล่าว เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระไปได้บ้าง จะได้ยังพอมีเงินเหลือเอาไปซื้อข้าวให้ลูกและภรรยาที่กำลังรออยู่ที่บ้าน

ความคืบหน้าล่าสุด รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล กฤตพิทยบูรณ์ เปิดเผยว่า ทางผู้บังคับบัญชาได้มีการตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว เบื้องต้นยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรดังกล่าวได้มีบังคับล้อรถแท็กซี่สาธารณะที่จอดอยู่บริเวณด้านหน้ารถขายไอศกรีมคันดังกล่าว

จากนั้นทางรถแท็กซี่ได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ทำไมไม่ดำเนินการกับรถขายไอศกรีมที่อยู่ทางด้านหลัง จึงได้มีการบังคับล้อรถทั้ง 2 คันโดยทางเจ้าหน้าที่ได้เปรียบเทียบปรับรถแท็กซี่ 200 บาท และรถขายไอศกรีม 100 บาท เนื่องจากจอดอยู่บริเวณจุดห้ามจอดในบริเวณป้ายรถประจำทาง ซึ่งทั้งคู่ก็เข้าใจการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และไม่ได้มีการเปรียบเทียบปรับเต็มจำนวนแต่อย่างใด

รองโฆษก ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีนโยบายการบังคับใช้กฎหมายไม่ให้มีการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจซ้ำเติมประชาชน จะเน้นการว่ากล่าวตักเตือนก่อน แต่หากทำให้กระทบกับการจราจรอาจจะต้องมีการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่เอาการบังคับใช้กฎหมายซ้ำเติมประชาชนอย่างเด็ดขาด

ที่มา : khaosod