นักศึกษา ปวช. จ.พะเยาวัย 16 ปี ทำสูตรอาหารสัตว์จากพืชผักผลไม้ที่ปลูกเองข้างบ้าน พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร

แม้การเลี้ยงสัตว์จะเป็นทางเลือกหนึ่งที่ทำให้เกษตรกรมีรายได้ยังชีพดีกว่าการเพาะปลูกพืชก็ตาม แต่กระนั้นปัญหาสำคัญที่สุดของการเลี้ยงสัตว์ คือ ต้นทุนค่าอาหารสูงมาก ถ้าไม่รู้จักทำอาหารไว้เลี้ยงสัตว์เอง…เลี้ยงไปมีแต่หาเงินให้พ่อค้าขายอาหารสัตว์ร่ำรวยเท่านั้น

อย่างกรณีของ ภัทรพล อามง นักศึกษา ปวช. วิทยาลัยเทคนิคพะเยา ชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า วัย 16 ปี บ้านแม่งาวใต้ ต.บ้านร้อง อ.งาว จ.ลำปาง ที่เสาะหาสูตรอาหารเลี้ยงสัตว์มาทำไว้ใช้เอง ในที่สุดจากเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ดำที่มีแต่ขาดทุน กลับกลายมามีกำไรเกือบ 100% เพราะเป็นสูตรอาหารที่ใช้วัตถุดิบจากพืชผักผลไม้ที่ปลูกเองข้างบ้าน

“เดิมผมเลี้ยงหมูเลี้ยงไก่ ซื้ออาหารข้น อาหารกระสอบมาเลี้ยง แต่พอมาคำนวณต้นทุนแล้วปรากฏว่า เราแทบไม่ได้อะไรเลย เลี้ยงไปมีแต่ขาดทุน ซื้อลูกหมูมาขุนตัวละ 1,500 บาท เลี้ยงไป 6 เดือน หมดค่าอาหารไปเดือนละ 4,000 บาท รวมแล้วมีต้นทุนการเลี้ยงอยู่ที่ตัวละ 25,500 บาท แต่เวลาขายได้เงินมาแค่ตัวละ 8,000 บาท นี่ยังไม่คิดค่าแรงของตัวเองเลยนะ ยังขาดทุนไปตั้งตัวละ 17,500 บาท เลี้ยงไก่ดำมาขุน 1 เดือน ก็เหมือนกัน ค่าอาหารตกเดือนละ 2-3 พันบาท ขายไปแทบไม่เหลืออะไร”

ภัทรพล เล่าถึงปัญหาที่ตัวเองประสบมา เลยคิดหาสูตรทำอาหารสัตว์ ไว้ใช้เอง ผลการเสาะหาเลยได้ความรู้จากอาจารย์ในวิทยาลัยเทคนิคพะเยาผลปรากฏว่า จากค่าอาหารขุนหมู 6 เดือน 24,000 บาท นอกจากจะไม่ต้องควักจ่ายแล้ว หมู่ยังได้น้ำหนักดีกว่าเดิม จากที่เคยได้ 50 กก. เพิ่มมาเป็น 70 กก. แถมหมูยังมีสุขภาพดี ไม่ค่อยเป็นโรค เพราะอาหารที่ให้เป็นพวกพืชผักเป็นหลัก มูลที่ถ่ายออกมาไม่เหม็น เลยทำให้แมลงพาหะนำโรคน้อยลง

การขุนเลี้ยงไก่ดำก็เช่นกัน นอกจากค่าอาหารไม่ต้องจ่าย ไก่ยังแข็งแรง น้ำหนักดี จากเดิมซื้อไก่กระทงอายุ 45 วัน มาขุนเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด 1 เดือน จะได้น้ำหนักเพิ่มขึ้นมาแค่ 0.8-1.0 กก. แต่พอขุนด้วยอาหารที่คิดขึ้นมาทำเองได้น้ำหนักเพิ่มมาเป็น 1.0-1.5 กก.

“ที่สำคัญเนื้อไก่ดำที่ได้จากการเลี้ยงด้วยอาหารที่ผมทำเอง ยังมีคุณภาพดี เพราะลูกค้าที่มาซื้อบอกว่า เนื้อจะไม่เหม็นสาบเหมือนเลี้ยงด้วยอาหารเม็ด รสชาติดี เมื่อนำไปตุ๋นเนื้อไม่ยุ่ย แถมเครื่องต้มสมุนไพรยังซึมเข้าเนื้อได้ดีอีกด้วย นอกจากนั้นยังเก็บได้นาน ถ้านำไปแช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาสามารถเก็บได้นาน 3-5 วัน โดยที่สี รสชาติของไก่ไม่เปลี่ยนแปลง ไม่เหมือนไก่ที่เลี้ยงด้วยอาหารข้น แช่ตู้เย็นในช่องธรรมดาได้แค่ 2 วัน เนื้อจะเริ่มมีกลิ่น สีเนื้อไก่ก็เปลี่ยนไป พ่อค้าแม่ค้ารถพุ่มพวงที่ตระเวนขายไปทั่วยังบอกด้วยว่า ซื้อไก่ของผมไปแล้ว แช่ในน้ำแข็งอยู่ได้ทั้งวันไม่มีกลิ่น สีไม่เปลี่ยน ไม่เหมือนกับไก่เลี้ยงอาหารเม็ด แช่ในน้ำแข็งอยู่ได้แค่ครึ่งวันเริ่มมีกลิ่นแล้ว”

แน่นอนทั้งหมูทั้งไก่ที่ได้น้ำหนักเพิ่มขึ้นนั้น หมายถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ในขณะที่ต้นทุนค่าอาหารแทบไม่มีเลย จะมีแต่เพียงค่าแรงของตัวเอง กับต้นทุนค่าลูกหมูลูกไก่ที่ซื้อมาเท่านั้นเอง

สำหรับสูตรอาหารเลี้ยงหมู ที่ ภัทรพล ทำขึ้นมานั้นวัตถุดิบไม่มีอะไรมาก ประกอบไปด้วย …หยวกกล้วย 2 กก. หญ้าเนเปียร์ 1 กก. มะละกอสุก 2 ผล ตะไคร้ 10 ต้น กล้วยดิบ 2 หวี ข้าวโพด 1 กก. ทั้งหมดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ นำไปตากแห้งแล้วใส่เครื่องบดให้เป็นผง จากนั้นนำมาผสมกับรำข้าวอีก 2 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากัน…นำไปเป็นอาหารเลี้ยงหมูได้เลย สูตรอาหารไก่ส่วนผสมเหมือนอาหารหมู แต่จะมีกระถิน 2 กก. เปลือกหอยป่น 0.5 กก. และเปลือกไข่ป่นอีก 1 กก. เพิ่มเติมลงไปเท่านั้นเอง.

แหล่งข้อมูลอ้างอิง:thairath.co.th