ธรรมชาติบำบัดด้วยสมุนไพรไทย 7 ชนิด รักษาโรคไต

7 สมุนไพรไทยบำบัดรักษาไต
การรักษาโรคไต ด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดมีขั้นตอนและวิธีการอย่างไร

สาเหตุของการเกิดโรคไต คือ โรคไตเกิดจากการรับประทานอาหารที่มีรสจัด และอาหารที่มีไขมันสูงเป็นประจำ โรคนี้ส่วนใหญ่เกิดจากพฤติกรรมการกินและผู้ที่มีภาวะเสี่ยงสามารถเป็นโรคไตได้ง่าย คือผู้ป่วยที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง มีโอกาสเกิดอาการไตวายเฉียบพลันได้ ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงไตตีบตัน ผู้ป่วยโรคไตควรควบคุมความดันให้อยู่ในระดับปกติและยังมีผู้ที่มีความเสี่ยงอีกหลายโรค อาทิเช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคติดเชื้อในระบบ โรคหลอดเลือด

ความเสี่ยงของโรคไตที่สามารถเกิดได้กับทุกเพศทุกวัย คือการรับประทานอาหารที่สมัยนี้เน้นความถูก หาง่าย สะดวกรวดเร็ว แต่อาหารเหล่านั้นกับส่งผลเสียให้กับร่างกายมากกว่าผลดี

อาการที่บงบอกว่าอาจเป็นโรคไตได้แก่ อาการบวมที่แขน ขา และเท้า,ปัสสาวะเป็นเลือด,ปัสสาวะบ่อย,ปัสสาวะน้อยลง,ปัสสาวะเล็ดราด

ไม่ใช่เรื่องยากที่คุณจะแบ่งเบาภาระการทำงานของไต เพื่อให้ไตของคุณอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ตลอดเวลา วันนี้เราได้รวบรวมสุดยอด 7 สมุนไพรป้องกันไตเสื่อมมารวมไว้อยู่ในบทความ มีสมุนไพรดังนี้

1.ขิง

ขิงมีสรรพคุณทางยามากมาย แต่ขิงจะดีต้องเป็นขิงที่แก่จัด หรือมีอายุตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป เรียกได้ว่ามีกลิ่นฉุน ยิ่งเผ็ด ยิ่งดี ส่วนที่แนะนำให้มีติดเอาไว้ในบ้านเรือนคือส่วนที่เป็น “เหง้า”

ขิงมีสรรพคุณในการกำจัดพิษไข้ และดื่มเพื่อบำรุงกษัย น้ำขิงร้อนๆจะเป็นยากระจายเลือดและขับเลือดเสียได้เป็นอย่างดี สำหรับผู้ป่วยโรคไตดื่มบ่อยๆเพื่อบำรุงไต เพราะช่วยลดการอักเสบภายใน ขับเลือด ขับของเสียที่ค้างอยู่ในปัสสวะ ช่วยสลายนิ่วและลดไขมันในหลอดเลือดได้ดี

2.กระวาน

ใช้เป็นยาขับลม ช่วยกระจายเลือดและขับพิษออกจากกระแสเลือด น้ำยาต้มดื่มคล้ายกับชาทั่วไป ช่วยบำรุงไตเพราะสามารถลดปริมาณของเสียในเลือดทำให้ไตไม่ต้องทำงานหนัก แต่ตัวยาจะเข้มข้นมาก ควรดื่มวันเว้นวันหรือน้อยกว่านั้น

3.กระเจี๊ยบแดง

กระเจี๊ยบแดงมีสรรพคุณทางสมุนไพรมาก ชงกับน้ำร้อนดื่มแก้กระหาย ใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย ขับปัสสาวะ บำรุงเลือด แก้โรคนิ่วในไต แก้นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ละลายไขมันในเส้นเลือด ขับเสมหะ ขับเมือกในลำไส้ให้ลงสู้ทวารหนัก
เวลาเลือกซื้อเลือกเป็นดอกกระเจี๊ยบสีแดงสด ควรดื่มทั้งที่มีกากอยู่ คุณจะได้กากอาหารเพิ่มมากขึ้น

4.งา

ผู้ป่วยโรคไตควรดื่มบ่อยงาขาวบ่อยๆ เพื่อช่วยลดภาระการทำงานของไต เพราะช่วยขับเลือดเสีย ขับพิษที่อยู่ในเลือด เป็นการทำความสะอาดเลือดเบื้องต้น ทำให้ไตทำงานน้อยลง ส่งผลให้ไตของผู้ป่วยชะลอการเสื่อมได้ดี

วิธีง่ายๆใช้งาขาวหนึ่งหยิบมือ บดในครกบดยาจนแตกละเอียด ต้มกับน้ำประมาณ 300 ซี.ซี. หรือ ละลายกับน้ำร้อนประมาณ 250 ซี.ซี. ดื่มบำรุงร่างกาย ช่วยขับเลือดลม ขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดลมเดินทางสะดวก ช่วยลดปริมาณไขมันในเส้นเลือด ลดการดูดซึมน้ำตาล ขับไอเย็นออกจากร่างกาย ทำให้อวัยวะต่างๆทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5.ใบบัวบก

ใบบัวบักมีประโยชน์กับผู้ป่วยโรคไตโดยตรง มีสารหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกับระบบโลหิตโดยตรง มีสรรพคุณในการช่วยชะลอการเสื่อมของไต ในผู้ป่วยโรคไตได้เป็นอย่างดี ผู้ที่ดื่มน้ำใบบัวบกนอกจากจะไม่เครียดแล้วยังช่วยขยายหลอดเลือดทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในเส้นเลือดฝอยเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะสามารถจับออกซิเจนอิสระได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้เลือดสะอาด เป็นการฟอกเลือดไปในตัว

ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความแข็งแรงของผนังหลอดเลือด ทำให้ผนังหลอดเลือดมีความหยืดหยุ่นเพื่มมากขึ้น ช่วยลดความดันโลหิตสูง และป้องกันเส้นเลือดฝอยแตกได้เป็นอย่างดี

6.เก๋ากี้ฉ่าย

เก๋ากี้เป็นเครื่องยาจีนที่ถูกใช้เข้าตัวยาหลายขนานด้วยกันหลักๆจะเป็นยาขับพิษ ขับเลือด ขับปัสสาวะและบำรุงอวัยวะภายใน จัดเป็นยาบำรุงชั้นดี รวมไปถึงใช้เป็นยาบำรุงสายตา รักษาโรคตาฟาง โรคต้อชนิดต่างๆเพิ่มความสามารถในการมองเห็น

ผู้ที่มีความดันโลหิตสูงดื่มบ่อยๆจะช่วยลดความดันโลหิต ทำให้หัวใจแข็งแรง สำหรับผู้ป่วยโรคไต ชาเก๋ากี้จะช่วยลดภาระให้แก่ไตของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการลดไขมันในกระแสเลือด ช่วยดูดซึมน้ำตาล ช่วยขับปัสสาวะ ชะลอการเสื่อมของไต

7.เห็ดหลินจือ
ตามตำราเก่าแก่ของจีนได้กล่าวไว้ว่า เห็ดหลินจือคือเทพเจ้าแห่งชีวิต และได้ยกย่องเป็นสมุนไพรที่ดีที่สุด
สรรพคุณและที่มาของเห็ดหลินจือ อ่านต่อที่นี่ คลิก

จากการทดลองในประเทศไทยอาจารย์คณะแพทย์ศาสตร์ จุฬาฯ ได้นำสรรพคุณของเห็ดหลินจือมาทดลองรักษาผู้ป่วยโรคไต ปรากฏว่าช่วยลดปริมาณไข่ขาวในปัสสาวะได้และช่วยชะลออาการไตเสื่อมได้ดี จากการศึกษายังพบว่าเห็ดหลินจือสามารถช่วยลดการอักเสบของเนื้อเยื่อในร่างกายได้ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ป่วยโรคไตที่มีอาการอักเสบที่หลอดเลือดมีอาการดีขึ้น

ในตำราแพทย์แผนไทยยังใช้เห็นหลินจือต้มกับน้ำทำยาหม้อดื่มเพื่อใช้ล้างพิษในไต ขับปัสสาวะ และเป็นบาบำรุงไตกันมานานแล้ว

อีกทั้งเห็ดหลินจือยังมีสรรพคุณในการรักษาโรคมากมาย ไม่ว่าจะเป็น โรคนิวแรสธีเมีย (โรคประสาทที่มีอาการอ่อนเพลียอย่างเรื้อรัง), อาการเวียนศีรษะ, อาการนอนไม่หลับ, โรคเยื่อเมือกในช่องจมูกอักเสบ, ลําไล้เล็กตอนบนอักเสบ, โรคเฮปาโตไดเมีย (อาการ ปวดที่ตับ), เบื่ออาหาร, เม็ดสีของเยื่อบุตาชั้นในเสื่อมสภาพ, โรคลิวโคพีเนีย (เม็ดเลือดขาวลดลง), โรค เครียดทางจิตที่เกิดจากสภาพแวดล้อม, โรคอัลไซเมอร์, โรคตับล้มเหลว, ความดันโลหิตสูง, ภูมิแพ้, หืด หอบ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าช่วยลดอาการปวดที่เกิดจากปริมาณออกซิเจนน้อยตามภูเขาสูงของนัก ปีนเขา ช่วยลดอาการเมื่อยล้าและผ่อนคลายกล้ามเนื้อ

และนี้คือเหตุผลในปัจจุบันที่ได้มีการนำเห็ดหลินจือมาเป็นส่วนผสมหลักของอาหารเสริมมากมาย อย่างเช่นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเบญจคุณ ที่มีงานวิจัยระดับโลก ว่าสามารถป้องกัน บำบัดและรักษา ผู้ที่มีอาการป่วยหรือผู้ป่วยโรคไตได้ เพราะเบญจคุณใช้สารสกัดจากสมุนไพร 5ชนิด ใช้สปอร์ของเห็ดหลินจือแดงเป็นส่วนผสม และใช้เทคนิคพิเศษ Spray Dry