Friday, 23 February 2024

“ตะลิงปลิง” ปลูกกันอย่างไร ให้ดก เต็มต้น….

เกษตรก้าวหน้าเสนอ “ตะลิงปลิง” ผลไม้ที่ให้รสเปรี้ยวจัด นิยมรับประทานผลสด และนิยมนำมาแปรรูปเป็นตะลิงปลิงดอง ตะลิงปลิงแช่อิ่ม นอกจากนั้น ยังนิยมผลนำมาปรุงอาหารในเมนูจำพวกต้มยำ เนื่องจาก ให้รสเปรี้ยวได้ดี รวมถึงยังมีสรรพคุณทางยาที่ได้จากผล และส่วนต่างๆของต้น

วิธีการปลูกตะลิงปลิง สามารถทำได้หลายวิธี แต่ที่นิยมคือการตอนกิ่ง เพราะจะให้ผลผลิตที่ไวกว่า แต่หากไม่สะดวกในการตอนกิ่ง ก็สามารถใช้วิธีการเพาะเมล็ดก็ได้ค่ะ โดยผลสุกของตะลิงปลิงจะมีเมล็ดอยู่ข้างใน ให้นำออกมาผึ่งให้แห้ง จากนั้นนำไปเพาะใส่ในดินร่วน หรือขี้เถ้าแกลบก็ได้ค่ะ ประมาณ 5-7 วันเมล็ดจะเริ่มงอกเป็นต้น เมื่อต้นเติบโตจึงค่อยย้ายลงดิน โดยเลือกในบริเวณที่เป็นดินร่วนปนทราย และต้องสามารถระบายน้ำได้ดี ที่สำคัญมากคือ อย่าให้น้ำท่วมขัง ไม่เช่นนั้นต้นตะลิงปลิงจะตายได้ค่ะ


และถ้าหากไม่ต้องการให้ต้นสูงเกินไป ก็หมั่นตัดแต่งกิ่ง และยอดบ้างเพื่อไม่ให้ต้นพุ่งสูงมากเกินไปนัก ตะลิงปลิงจะออกดอกในช่วงฤดูหนาว ประมาณเดือน พ.ย. – ธ.ค. แต่ถ้าดูแลดีๆ ใส่ปุ๋ย ให้แร่ธาตุจนต้นสมบูรณ์ ตะลิงปลิงก็จะสามารถออกดอก ออกผล ได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียวค่ะ

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ตะลิงปลิงเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก มีกิ่งก้านสาขามาก เปราะหักง่าย เปลือกต้นมีสีชมพู ผิวเรียบมีขนนุ่มปกคลุมตามกิ่ง ใบเป็นใบประกอบแบบขนนก ก้านใบหนึ่งประกอบด้วยใบย่อย 11-37 ใบ กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาว 2-5 เซนติเมตร มีสีเขียวอ่อนมีขนนุ่มๆ ปกคลุมอยู่ ปลายคี่เรียงสลับกัน ใบย่อยรูปขอบขนาน ปลายเรียวแหลม ช่อดอกเป็นกระจุกอยู่ตามลำต้น มีกลีบดิกสีแดงอมม่วง ขนาดประมาณ 1.5 เซนติเมตร ดอกมี 5 กลีบ และมีกลิ่นอ่อน ๆ ทยอยบานได้นาน 1-2 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความดก เกสรกลางดอกมีสีเขียว ผลรูปรี ป้อม ยาว 4-10 เซนติเมตร กว้างประมาณ 2 เซนติเมตร ฉ่ำน้ำ ปลายแหลม และเว้าเป็นพูตื้น ๆ 4 พู สีเขียวอมเหลือง เมื่อสุกเป็นสีเหลือง เนื้อเหลว ออกเป็นช่อห้อย รสเปรี้ยว เมล็ดแบน
การบริโภค

ผลมีรสเปรี้ยว เป็นที่นิยมเก็บผลอ่อนมากินกับกะปิ น้ำปลาหวาน เกลือ หรือนำมาทำส้มตำตะลิงปลิง หรือกินกับอาหารรสจัด หรือใช้เป็นเครื่องปรุงใส่ในอาหารที่ต้องการความเปรี้ยว เช่น แกงส้ม ต้มยำ เป็นต้น หรือจะนำมาแช่อิ่มก็ได้ หรือจะนำมาทำน้ำผลไม้ ซึ่งจะให้แคลอรีต่ำ มีวิตามินเอสูง แต่ไม่ควรกินติดต่อกันเป็นจำนวนมาก ๆ หรือเป็นระยะเวลานาน ๆ เพราะจะทำให้เลือดตกตะกอนได้
วิธีเก็บผล

สามารถเริ่มที่จะทยอยเก็บได้ตั้งแต่ดอกติดผลได้ประมาณ 1-2 เดือน โดยเลือกเก็บผลที่มีสีเขียวอมเหลืองเล็กน้อย เพราะเนื้อจะกรอบและได้รสที่กลมกล่อม ไม่ควรเก็บผลที่มีสีเหลือง เพราะเนื้อจะเละ ผลตะลิงปลิงสามารถเก็บรักษาโดยการล้างให้สะอาด ผึ่งให้แห้ง ใส่กล่องแล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น จะเก็บได้ประมาณ 1-2 สัปดาห์
สรรพคุณ ในตำรายาไทย

    ราก สรรพคุณแก้พิษร้อนใน กระหายน้ำ ฝาดสมาน บำรุงกระเพาะอาหาร แก้โลหิตออกตามกระเพาะอาหาร ลำไส้ ดับพิษร้อนของไข้ แก้ริดสีดวงทวาร แก้คัน แก้คางทูม แก้ไขข้ออักเสบ รักษาสิว รักษาซิลิส บรรเทาโรคเก๊าท์ บรรเทาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ ใบ สรรพคุณใช้พอกแก้คัน

ใช้ภายในโดยนำมาต้มดื่มรักษาอาการอักเสบของลำไส้ใหญ่ รักษาซิฟิลิส แก้ไขข้ออักเสบ รักษาคางทูม รักษาสิว
    ดอก นำมาชงเป็นชา สรรพคุณแก้ไอ ผล สรรพคุณเจริญอาหาร บำรุงกระเพาะอาหาร ฝาดสมานและลดไข้ แก้เสมหะเหนียว ฟอกโลหิต ยาบำรุงแก้ปวดมดลูก แก้ไอ บรรเทาโรดริดสีดวงทวาร แก้ลักปิดลักเปิด

การปลูกและดูแลรักษา

ตะลิงปลิงปลูกเลี้ยงง่าย ชอบดินร่วนปนทราย ระบายน้ำดี แต่ไม่ทนน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน นิยมขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ดหรือตอนกิ่ง ซึ่งต้นที่ได้จากการเพาะเมล็ดจะมีทรงพุ่มสูงใหญ่ และแข็งแรงกว่าต้นที่ได้ตอนกิ่ง แต่จะใช้เวลา 2-3 ปี จึงจะมีดอกมีผล ขณะที่ต้นจากการตอนกิ่งจะให้ผลหลังจากการปลูกลงดิน 5-8เดือน หลังจากปลูกได้นาน 3-4 เดือนควรหมั่นตัดแต่งกิ่งให้เป็นพุ่ม ถ้าไม่ต้องการให้ต้นสูงมากก็ตัดส่วนยอดออกเพื่อให้แตกกิ่งข้าง ๆ จะช่วยให้เก็บผลได้ง่าย ควรใส่ปุ๋ยคอกสลับกับปุ๋ยเคมีบ้างทุก 3 เดือน