Tuesday, 21 May 2024

ชะพลุ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตเซลล์ร้าย บำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง

ช ะพ ลู หรือ “ช้าพลู” เป็นพืชในวงศ์ Piperaceae มักสับสนกับพลู แต่ใบรสไม่จัดเท่าพลูและมีขนาดเล็กกว่า ชะพลูเป็นพันธุ์ไม้ที่ชอบพื้นที่ลุ่ม มีความชื้น ขยายพันธุ์ด้วยวิธีการปักชำ โดยการเลือกกิ่งที่มีใบอ่อนและใบแก่ เด็ดใบแก่ออกและนำไปปักชำได้

ชะพลูมีชื่อพื้นเมืองอื่น ๆ อีกคือทางภาคเหนือเรียกว่า “ผักปูนา” “ผักพลูนก” “พลูลิง” “ปูลิง” “ปูลิงนก” ทางภาคกลาง เรียกว่า “ช้าพลู” ทางภาคอีสานเรียกว่า “ผักแค” “ผักปูลิง” “ผักนางเลิด” “ผักอีเลิด” และ ทางภาคใต้เรียกว่า “นมวา”
เป็นผักใบเขียวเข้ม มีเบต้าแคโรทีนสูงต้านอนุมูลอิสระ ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตเซลล์ร้าย บำรุงสายตา แก้โรคตาฟาง มีเบต้าแคโรทีนสูง มีวิตามินเอ ธาตุแคลเซียมปริมาณสูงมาก ธาตุเหล็ก ฟอสฟอรัส คลอโรฟิลล์ กากใยอาหารสูง มีประโยชน์ต่อร่างกายแทบทั้งสิ้นบำรุงธาตุ ขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ และช่วยในการขับเสมหะ

การปลูกดูแล
ชะพลู เป็นผักสวนครัวที่ปลูกดูแลง่าย นิยมขยายพันธุ์ต้นชะพลูด้วยวิธีการตัดหรือเด็ดกิ่งก้านส่วนยอดของต้นชะพลู โดยให้มีใบติดอยู่สัก 2-3 ใบ นำมาปักชำในกระถางที่มีดินร่วนซุย ปลูกในระยะห่าง 10-15 เซนติเมตร วางกระถางในบริเวณที่ร่มรำไร รดน้ำวันละ 1 ครั้ง ชะพลูจะออกรากและเติบโตเป็นต้นภายใน 1-2 เดือน ควรใส่ ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกบำรุงต้นชะพลู ทุก ๆ 3 เดือน

“ อาการใบหงิก ” จุดอ่อนที่ต้องระวัง
โดยทั่วไป ชะพลู มักไม่มีโรคหรือแมลงศัตรูเข้าทำลาย แต่ในช่วงฤดูแล้ง ต้นชะพลูอาจเจอปัญหา อาการใบหงิก จากการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ และ ไรขาว

เพลี้ยไฟ เป็นแมลงศัตรูพืชที่มีขนาดเล็กมาก ชอบเกาะดูดกินน้ำเลี้ยงที่บริเวณใต้ใบพืช การระบาดจะรุนแรงในช่วงแล้ง เข้าดูดน้ำเลี้ยงที่ยอดอ่อน และใบอ่อนของพืช ทำให้ต้นแคระแกร็น ใบห่อม้วนขึ้นด้านบน ทำให้ผลผลิตและคุณภาพของพืชชนิดต่างๆ ลดลง

ส ร ร พ คุ ณ

ผล –เป็นส่วนผสมของยารักษาโรคหืด แก้บิด
ราก ต้น ดอก ใบ –ขับเสมหะ
ราก –แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ แก้ท้องขึ้นอืดเฟ้อขับลม แก้บิด
ทั้งต้น –แก้เสมหะ ท้องอืด ท้องเฟ้อ

วิธีและปริมาณที่ใช้รักษาโรคเบาหวาน
–ใช้ชะพลูสดทั้ง 5 (หมายถึงทั้งต้นรวมราก) จำนวน 7 ต้น ล้างน้ำให้สะอาดใส่น้ำพอท่วม ต้มให้เดือดสักพักแล้วนำมาดื่ม เหมือนดื่มน้ำชา

ข้อควรระวัง
–จะต้องตรวจน้ำตาลในปัสสาวะก่อนดื่มและหลังดื่มทุกครั้ง เพราะว่าน้ำยานี้ทำให้น้ำตาลลดลงเร็วมาก ต้องเปลี่ยนต้นชะพลูใหม่ทุกวันที่ต้มและต้มดื่มต่อไปทุกๆวันจนกว่าจะหาย

สรรพคุณทางยา แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลม
1 ใช้ราก 1 กำมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 1/2 ถ้วยแก้ว รับประประทานครั้งละ 1/2 ถ้วยแก้ว
แก้บิด
1 ใช้รากครึ่งกำมือ ผล 2-3 หยิบมือ ต้มกับน้ำ 2 ถ้วยแก้ว เคี่ยวให้เหลือ 1 ถ้วยแก้ว กินครั้งละ 1/4 ถ้วยแก้ว

ข้อควรระวัง ไม่ควรกินมากหรือกินติดต่อกันเป็นเวลานานเพราะแคลเซียมสูงมากจะเปลี่ยนเป็นแคลเซียมออกซาเลต (Oxalate)เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนิ่วในไตได้ แต่ถ้ากินใบชะพลูมากๆต้องดื่มน้ำตามมากๆ เพื่อให้สารออกซาเลตเจือจางและถูกขับออกทางปัสสาวะหรือจะเลือกกินกับนอาหารที่มีโปรตีนสูง จะป้องกันโรคนิ่วได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : http:// samunpraibann.com