จากสาววัยทำงาน หันมาปลูกไผ่หวานช่อแฮ ปลูกง่ายได้ผลผลิตเร็ว ราคาดี อีกหนึ่งอาชีพที่ไม่ควรมองข้าม

จากเด็กสาววัย 28 ปี พร้อมลูกน้อยวัย 10 เดือน ลุกขึ้นมาทำอาชีพเสริม ปลูกไผ่หวานช่อแฮ ตามรอยผู้ปกครองที่ทำอาชีพนี้มาก่อน คุณแพรว วิวัฒน์ชรางกูร ปัจจุบันเธอทำงานเป็นพนักงานขายประกันบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในเมืองไทยและแนะนำเรื่องของการออมเงิน เธอทำอาชีพเสริม ปลูกหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮหรือไผ่เป๊าะ ขายทั้งกิ่งพันธุ์และขายหน่อไม้ในหน้าแล้ง คุณแพรว วิวัฒน์ชรางกูร มองเห็นว่าอาชีพเป็นเกษตรกรหรือการทำอาชีพเสริมที่ยั่งยืนนั้น คือการทำไร่ ทำสวน เธอจึงคิดเผื่ออนาคตไว้ว่า ถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องงานกะทันหัน สามารถกลับตัวได้ทันเวลา เธอจึงสนใจเรื่องการปลูกหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮ เนื่องจากเห็นคุณแม่ทำอาชีพนี้มา 10 กว่าปี และก็ยังไปได้ด้วยดี เธอจึงศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับการปลูกพืชไร่หรือพืชสวนต่างๆ แล้ว เธอเห็นว่าการปลูกไผ่หวานช่อแฮนั้นให้ผลผลิตเร็ว และการดูแลไม่มาก เพราะเธอไม่ค่อยมีเวลา ต้องทำงานหลักอยู่แล้ว สามารถแนะนำให้คนทางบ้านดูแลแทนได้

แพรว วิวัฒน์ชรางกูร พร้อมลูกชายวัย 10 เดือนกับผลงานหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮ ทำไมถึงสนใจไผ่หวานช่อแฮ
“เพราะว่าเป็นไผ่ที่ให้ผลผลิตดีในหน้าแล้ง จึงไม่ทำให้ราคาตก และเป็นผลผลิตในช่วงที่ขาดแคลนหน่อไม้สู่ตลาด คิดว่าอย่างไร ก็ราคาดีกว่าหน่อไม้ตามฤดูกาลค่ะ และอีกอย่างหลักๆ คือ ปลูกครั้งเดียวอยู่ได้หลายปี หมายถึงให้ผลผลิตได้หลายปี คำว่า “หน่อไม้” ทุกคนรู้จักหมด คนส่วนใหญ่ก็ชอบกินอาหารเมนูที่ปรุงด้วยหน่อไม้ จึงคิดว่า ปลูกอะไรก็ได้ที่คนรู้จักและคนกินเป็นอาหารประจำถิ่นของเมืองไทยเลยก็ว่าได้”

ต้นไผ่หวานช่อแฮจะปล่อยให้แตกกอได้ดีในหน้าฝนที่มีหน่อไม้ธรรมชาติออกมามาก เพื่อเก็บต้นไผ่ไว้ตัดแต่งบังคับให้ออกในฤดูแล้ง คุณแพรว บอกว่า หน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮ ใช้พื้นที่ปลูกไม่มาก เห็นว่าที่บ้านว่างงานกัน เป็นความคิดของเธอที่จะให้ญาติพี่น้อง ป้า น้า อา ช่วยกันดูแล จะได้มีงานทำและไม่เหงา เพราะโดยปกติแล้วคุณแม่ก็ผลิตต้นพันธุ์ขายส่งให้แก่ร้านขายต้นพันธุ์หน่อไม้อยู่แล้ว เธอคิดว่าทำต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ ก็จะอยู่ได้นาน เพราะมีความเชื่อถือเป็นทุนเดิม จึงหันมาสนใจที่จะทำต้นพันธุ์และขยายพื้นที่ปลูกเอง แต่ตอนนี้มีที่ดินอยู่ประมาณ 3 ไร่กว่า อยู่ทางไปบ้านป่ากล้วย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง ซึ่งที่สวนมีต้นไม้ใหญ่ปกคลุม เช่น ต้นฉำฉา ทำให้ดูร่มรื่นและชุ่มชื้น จึงเหมาะที่จะปลูกหน่อไม้ ซึ่งเป็นที่ดินของคุณพ่อคุณแม่ เดิมทำนามาก่อน สำหรับการทำนาเธอว่าดีแต่ปีละครั้ง ที่ก็ไม่มากมาย แค่ 3 ไร่กว่าๆ เธอคิดว่านำมาทำการเกษตรปลูกพืชที่ดูแลง่ายและสร้างรายได้มากกว่าทำนา จึงสนใจเรื่องขยายการปลูกไผ่หวานช่อแฮ เพราะว่าใครดูแลแทนก็ได้ คุณพ่อคุณแม่ดูแลก็ได้

หน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮลำต้นไผ่เล็กแต่ให้หน่อไม้หน่อใหญ่
โดยอาชีพเธอแล้วเดินทางขึ้นเหนือบ่อยอยู่แล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดแพร่ ซึ่งคุณแม่ได้ไปเช่าที่ดินปลูกไผ่เป๊าะหรือไผ่หวานช่อแฮมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ที่บ้านทำสวนกันทั้งนั้น ชีวิตส่วนใหญ่คลุกคลีอยู่กับหน่อไม้มาตลอด เพราะฉะนั้นตนเองถือว่าคุณพ่อคุณแม่ได้เช่าที่ทำสวนหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮอยู่แล้ว จึงต่อยอดจากครอบครัวได้ และได้นำประสบการณ์ตรงมาพัฒนาเรื่องหน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮที่ลำปาง ซึ่งเป็นที่ดินของเราเอง แต่ต้นพันธุ์ยังคงนำมาจากสวนเราที่จังหวัดแพร่ เพราะต้นพันธุ์สำคัญมาก ต้องผลิตต้นพันธุ์ในพื้นที่ที่เลียนแบบธรรมชาติ พอส่งถึงมือลูกค้าทำให้ต้นกล้าติดเร็ว หรือฟื้นตัวเร็ว

เท่าที่ประสบการณ์ตรงที่เห็นครอบครัวทำอาชีพนี้ สร้างรายได้เสริมในครัวเรือนดีจริงๆ จึงอยากจะแนะนำว่าเหมาะสำหรับทั้งเกษตรกรรุ่นใหม่และผู้ที่ตกงานหรือเกษียณอายุ ที่ไม่อยากให้ชีวิตว่างเปล่า ก็คิดว่าการทำสวนหน่อไม้ไผ่หวานไม่หนักจนเกินไป เพราะการดูแลง่ายมาก ถือว่าเป็นอาชีพที่เบาที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นมือเก่าหรือมือใหม่ก็ทำได้ และยังใช้เวลาในการให้ผลผลิตสั้นมาก และต้นทุนการปลูกก็น้อย ต้นไผ่มีอายุ 5 ปี “การปลูกไผ่เป๊าะ หรือไผ่หวานช่อแฮ” คุณแพรว บอกว่า การปลูกไผ่หวานช่อแฮ ไม่มีความซับซ้อน เพียงแค่ขุดหลุมกว้าง 50 เซนติเมตร ลึก 30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปูนขาว ให้ความสำคัญของดินที่ปลูกให้เป็นดินร่วนเพื่อเลียนแบบธรรมชาติของต้นไผ่ ปลูกได้ทุกฤดูกาล เพียงแต่อย่าให้น้ำขัง เพราะไผ่พันธุ์นี้ไม่ชอบน้ำขัง แต่ชอบความชุ่มชื้นของดิน การปลูกไผ่ถ้าให้ได้ผลผลิตดีก็แนะนำเรื่องน้ำหยด แต่ถ้ามีพื้นที่ปลูกใกล้คลองก็ยิ่งดี โรคของไผ่ในระยะเริ่มแรกก็แทบจะไม่มี ระวังแต่เรื่องรากเน่าในการที่ให้น้ำมากเกินไปเท่านั้นเอง แต่ก็ขาดน้ำไม่ได้ ถือว่าการปลูกไผ่นั้นเป็นพืชใช้น้ำน้อย การให้ระบบน้ำหยดจึงค่อนข้างที่จะดีและได้ผล

ต้นไผ่หวานช่อแฮ จะให้ผลผลิตดีในปี 3 …ต้นไผ่ 1 กอ จะให้ผลผลิต 10-20 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับการดูแลเรื่องปุ๋ยและน้ำ เรื่องปุ๋ยบำรุงดินนั้น ใช้เพียงปุ๋ยคอก ส่วนใหญ่จะใช้มูลวัว หรือฮอร์โมนชีวภาพ ไม่จำเป็นต้องใช้สารเคมี ส่วนเรื่องของศัตรูพืชนั้น ระวังเรื่องหนอนผีเสื้อกลางคืนเจาะกินหน่ออ่อน มดบางชนิด แต่ก็รักษาด้วยการคงความสมดุลของดิน อย่าให้ขาดน้ำหรือขาดความชุ่มชื้น ส่วนราคานั้น ถ้าหน้าแล้งก็จะได้ราคาดี ราคาขายส่งจากสวนก็จะได้ถึงกิโลกรัมละ 25 บาท ปลูก 3-4 ไร่ ก็ทำเงินได้หลักหลายหมื่นต่อเดือนในช่วงหน้าแล้ง ถ้าเข้าหน้าฝนที่มีทั้งไผ่จากธรรมชาติและไผ่ทั่วไปออกมามาก จะเก็บไว้ให้ออกเป็นลำต้น เพื่อรักษาลำต้นให้แข็งแรง และสร้างลำต้นใหม่ขึ้นมา หลังจากเก็บลำต้นของไผ่จากการเจริญเติบโตในหน้าฝน ในหน้าแล้งก็จะตัดลำต้นไผ่ออกบ้าง เพื่อการแทงหน่ออ่อน ทำแบบง่ายๆ ต้นไผ่ก็จะแทงหน่อออกในหน้าแล้งนั่นเอง โดยเริ่มตัดลำต้นเลาะใบทิ้งในเดือนมกราคม และบำรุงดิน รักษาความชื้น ระบบน้ำ ไผ่จะเริ่มแทงหน่อในเดือนกุมภาพันธ์ และจะเก็บผลผลิตได้ในเดือนเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ถือว่าเป็นช่วงเวลารับทรัพย์ของชาวสวนไผ่หน้าแล้ง

เคล็ดลับผลิตหน่อไม้สดได้เยอะๆ
ใส่ปุ๋ยคอกและฮอร์โมนชีวภาพ หรือฮอร์โมนจากเปลือกกุ้งหรือสัตว์ทะเล ที่เรียกว่า ไคโตซาน ใช้ใบไผ่ที่ตัดต้นคลุมดินเพื่อรักษาความชื้น อย่าให้ขาดน้ำเป็นหน่อไม้ที่เหมาะสำหรับบังคับให้ออกนอกฤดูการผลิตเพื่อขายต้นพันธุ์ ที่สวนก็จะคัดเลือกต้นที่แข็งแรง ขุดออกมาใส่ถุงเพาะต้นกล้า ขนาดความยาว 80 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร นำมาไว้ในที่ร่มรำไร จนกว่ารากจะเดินเต็มถุง ถึงจะส่งถึงมือลูกค้า ใช้เวลา 1-2 เดือน

เปรียบเทียบระหว่างลำต้นไผ่หวานช่อแฮกับหน่ออ่อน ลำต้นจะเล็กกว่าหน่ออ่อนมาก เป็นที่นิยมปลูกมาก กอเล็ก ให้ผลผลิตมาก“อยากจะแนะนำผู้ที่พอมีที่ดิน หรือเช่าที่ดินอย่างคุณแม่หนูก็ทำงานได้ ก็ได้ผลผลิตเช่นกัน หน่อไม้จากธรรมชาติเริ่มหายากขึ้นเรื่อยๆ ที่ป่าละเมาะหรือตามป่าเขาก็หดหายไปเยอะ จากการบุกรุกป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว หน่อไม้ไผ่หวานช่อแฮเป็นหน่อไม้ที่ขึ้นง่าย ปลูกได้ทุกที่ ปลูกตามป่าตามเชิงเขาก็ทดแทนหน่อไม้ธรรมชาติได้โดยรสชาติก็ดี ในการนำไปปรุงอาหาร เวลาต้มก็คืนความหวานเร็ว” คุณแพรว ให้แง่คิด ในปัจจุบันนี้ การงานหายาก ปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก คนตกงาน บริษัทต่างปิดกิจการลง ไม่เพียงแต่ประเทศไทยประเทศเดียวที่มีผลกระทบจากปัญหานี้ ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบเหมือนกันหมด แต่หลักความจริงก็คือ คนเราต้องกินต้องใช้ และต้องการมีชีวิตที่ดี อยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อาชีพที่ยั่งยืนคือ อาชีพเกษตรกรรม เชื่อได้ว่าตราบใดที่คนเราต้องกินต้องใช้ เพราะฉะนั้นอาชีพเป็นเกษตรกรจึงเป็นอาชีพที่รองรับปัญหาเรื่องการว่างงานได้ดีทีเดียว

ต้นพันธุ์ต้องมีรากที่สมบูรณ์ รากต้องเต็มโดยเฉพาะท่านที่ตกงานหรือกำลังเจอสภาวะปัญหาการว่างงานนั้น จึงอยากจะชวนเพื่อนๆ พี่ๆ ที่มีปัญหา ลองมาปลูกพืชชนิดนี้เสริมดู หรือทดลองปลูกดู สร้างรายได้เสริมหรืออาจจะเป็นรายได้หลักเลยก็ว่าได้ ทุกวันนี้ผลิตกิ่งพันธุ์ขายส่งก็แทบจะผลิตไม่ทัน เพราะการปลูกไผ่นั้นไม่ยุ่งยาก มีที่ดินก็กั้นรั้วแบบง่ายๆ แล้วก็ขุดหลุมปลูกห่างกันเพียง 2×2 เมตร ก็เพียงพอแล้ว 1 ไร่ จะปลูกได้ 200 ต้น คุณแพรว บอกว่าที่สวนที่ปลูกอยู่แล้ว 10 กว่าปีนั้น ปัจจุบันเริ่มชิดกันจากการขยายของต้นไผ่ ส่วนที่สวนใหม่ที่ลำปางกำลังจะเริ่มปลูกนั้น 3 ไร่ครึ่ง“ตอนนี้เริ่มที่จะเตรียมพื้นที่ปลูกเพิ่ม 3 ไร่กว่าๆ คาดว่าสัก 2 ปี ก็จะเริ่มให้ผลผลิตแล้ว มีที่อยู่ 3 ไร่ เป็นที่นา แต่ปีนี้เกิดภาวะแล้ง ทำนาไม่ได้ ก็เลยคิดว่าจะไถยกแปลงปลูกไผ่หวานช่อแฮระบบน้ำหยด เพราะไผ่หวานใช้น้ำหยดก็ให้ผลดี เท่าที่ศึกษามาจากหลายสวน และจากคลิปของต่างประเทศ เช่น อินเดีย และอินโดนีเซีย ซึ่งอากาศเหมือนบ้านเรา …ที่มีการตัดสินใจปลูกไผ่ ก็เพราะว่าเป็นพืชเศรษฐกิจของบ้านเราอยู่แล้ว ทุกคนรู้จัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมนูอาหารที่เกี่ยวกับไผ่นั้น มีตั้งแต่เมนูพื้นบ้านจนถึงภัตตาคารหรู โดยเฉพาะไผ่หวานช่อแฮนั้น บังคับให้ออกในหน้าแล้งได้ดี จึงคิดว่าคุ้มค่ากับการลงทุน ในหน้าแล้ง หน่อไม้สดมีราคาถึงกิโลกรัมละ 50 บาท หน่อไม้พันธุ์นี้ให้หน่อที่มีขนาดใหญ่ ในขณะที่ลำต้นเล็กนิดเดียว จึงเน้นความสมบูรณ์ไปบำรุงที่หน่ออ่อน แต่ถ้าปล่อยให้เป็นลำต้นแล้วก็จะมีลำต้นขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน 7 เซนติเมตรเท่านั้น อีกอย่างลักษณะของใบนั้นกว้าง เป็นร่มเงาให้กับโคนต้นได้ดี ทำให้โคนต้นสามารถเก็บความชุ่มชื้นของดินไว้เป็นอย่างดี” คุณแพรว บอก ในหน้าฝนจะปล่อยให้หน่อไม้โตเป็นลำต้นไผ่

ที่มาของ ไผ่เป๊าะ หรือ ไผ่หวานช่อแฮ
พบขึ้นอยู่ตามธรรมชาติในประเทศพม่า อินเดีย ศรีลังกา มาเลเซีย และไทย มีการปลูกกันหลายแห่ง ส่วนใหญ่จะพบทางภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ไผ่เป๊าะ ต้องการความชื้นและดินดี ถูกนำมาเผยแพร่อย่างรวดเร็วเมื่อ 10 กว่าปีก่อน เริ่มต้นปลูกที่ตำบลช่อแฮ จังหวัดแพร่ จึงได้ฉายาว่า ไผ่พันธุ์ช่อแฮ การที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายอย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะว่าสายพันธุ์นี้ปลูกได้ดีในเมืองไทย และให้ผลผลิตดี สามารถบังคับให้ออกในฤดูแล้งได้โดยเฉพาะในเดือนมกราคมจนถึงเดือนเมษายน ทำให้เกษตรกรได้ราคาดี ทำเงินได้

ถ้าหากท่านสนใจที่จะสอบถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับต้นไผ่เป๊าะ หรือไผ่หวานช่อแฮ เชิญปรึกษาได้ที่ คุณแพรว วิวัฒน์ชรางกูร เลขที่ 90/4 หมู่ที่ 2 บ้านใหม่ ตำบลท่าผา อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โทรศัพท์ 092-579-0627