ครอบครัวสุดภูมิใจ ถึงลูกชายเรียนไม่เก่งแต่เอาตัวรอดเป็น ทำชาไปขายเพื่อนๆ หาเงินช่วยพ่อและแม่หลังเลิกเรียน

สวัสดีครับวันนี้แอดมินขอนำเสนอเรื่องราว ของลูกชายไว้ในกลุ่ม HerKid รวมพลคนเห่อลูก ในเฟซบุ๊กโดยคุณแม่ท่านดังกล่าวได้มาเล่าเรื่องราวของ “น้องพีพี” ลูกชาย โดยเธอได้เผยว่าตนเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวตั้งแต่ลูกชายอายุได้เพียง 6 ขวบ

จนกระทั่งน้องพีพีอายุได้ 8 ขวบ ตนก็มีแฟนใหม่ ซึ่งตอนนั้นตนทำงานที่สปาทัวร์จีน ซึ่งรายได้ถือว่าดีมากและสามารถส่งลูกชายเรียนหนังสือได้อย่างสบาย

จนกระทั่งช่วงต้นปี 2563 ที่ผ่านมา งานของตนโดนสั่งปิดเป็นอันดับต้น ๆ เพราะต้องเจอกับชาวต่างชาติเป็นวันละพันคน ทำให้ทุกอย่างต้องหยุดกะทันหัน ตนจึงหันไปขายลูกชิ้นทอด ประกอบกับช่วงนั้นตนเกิดตั้งท้อง ซึ่งทำให้น้องพีพีดีใจเป็นอย่างมากเนื่องจากน้องพีพีอยากมีน้องมานานแล้ว น้องพีพีจึงจะคอยตามตนไปทุกที่ คอยอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา และหลังจากเลิกเรียนก็จะรีบไปช่วยตนขายของ

ทางด้านคุณพ่อก็ต่อรถพ่วงขายปลา โดยน้องพีพีก็จะสลับไปช่วยพ่อขายปลาบ้าง มาช่วยตนขายลูกชิ้นบ้าง

จนกระทั่งตนเริ่มท้องโตขึ้นเรื่อย ๆ จึงจำเป็นต้องหยุดขายลูกชิ้น ทำให้รายได้ของครอบครัวน้อยลง ซ้ำยังมาเจอการระบาดระลอกใหม่ปลาก็ขายไม่ได้เหมือนแต่ก่อน ปลาจากที่ขายได้ก็ขายไม่ได้เลยจมทุน ทุนหาย กำไรหด คนไม่มีเงินซื้อ จนตนคลอดลูกอีกคนได้ 3 เดือน ก็ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่จังหวัดพังงตัดสินใจนำเงินเก็บก้อนสุดท้ายมาเปิดร้านผัดไทยหอยทอด

โดยที่ร้านจะมีชาดำเย็นให้บริการฟรี แต่เมื่อเปิดขายไปได้เพียง 3 เดือน ร า ย ได้ของครอบครัวก็ยังไม่กลับมาเหมือนก่อน ร้านทำท่าไปต่อไม่ไหวอีกแล้ว คงต้องไปหาอย่างอื่นทำ เงินก็หมดไปกับการลงทุน

จนกระทั่งตนตัดสินใจเคลียของที่เหลือทุกอย่าง ชาดำเย็นที่เหลือน้องพีพีก็เลยเอาไปโรงเรียน เพื่อไปแบ่งเพื่อน ๆ กิน และสิ่งนี้ก็คือจุดเริ่มต้นที่มีคนเริ่มออเดอร์เข้ามาสั่งชาดำเย็น

ผู้เป็นแม่ได้เผยว่า ตนมองดูแล้วลูกชายเป็นเด็กชอบขายของ ตนจึงพร้อมที่จะสนับสนุนต่อไป ลูกเรียนไม่เก่งแต่เอาตัวรอดเป็นตนก็ดีใจ นอกจากนี้คุณแม่ยังได้เผยอีกว่า น้องพีพีมี “พิมรี่พาย” เป็นไอดอลอีกด้วย พร้อมกับได้กล่าวทิ้งท้ายว่าขอบคุณทุกคนที่เอ็นดูน้องพีพี พร้อมกับยืนยันว่าตนและครอบครัววไม่ขอรับบริจาคใด ๆ “แพงที่สุด…อาจไม่ได้ดีที่สุด….รวยที่สุด….อาจไม่ได้มีความสุข….ชีวิตไม่จำเป็นต้องดีที่สุด…ก็สุขได้”

เรียบเรียง เกษตรก้าวหน้า