Saturday, 20 July 2024

ขั้นตอนการ “ปลูกพืชไร้ดิน” แบบง่าย ทำได้หลายวิธี ปลูกกินได้ ปลูกขายสร้าง ร า ยได้ดี

อยากปลูกพืชผักไร้ดินแบบง่ายที่สุด ต้องทำอย่างไร ลองมาอ่านบทความนี้ จะได้วิธีและขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดินแบบง่าย ที่สามารถทำได้หลายวิธีด้วยกัน โดยปกติการทำ organic farm ในเรื่องของการปลูกพืชไร้ดิน มีหลักการทำอยู่ 3 วิธีด้วยกัน แต่ละวิธีนั้นก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อนมาก เพียงแต่อุปสรรคในการทำคือ ต้องใช้ระบบจัดการที่ค่อนข้างเยอะพอสมควร โดยพืชไร้ดินที่เจริญเติบโตได้ก็ต้องอาศัยแร่ธาตุ โดยจะแจงรายละเอียดในเนื้อหาด้านล่างนี้

การปลูกพืชไร้ดิน วิธีแรกเป็นการปลูกพืชในสารละลายธาตุอาหารพืช เรียกว่าระบบ Water culture หรือ Hydroponics วิธีที่สองเป็นการปลูกพืชโดยให้รากแช่ในสารละลายธาตุอาหารพืช และบางส่วนสัมผัสอากาศ เรียกว่าระบบ Aeroponics ส่วนวิธีสุดท้ายเป็นการปลูกพืชบนวัสดุที่ไม่ใช่ดิน และให้สารละลายธาตุอาหารพืชหรือปุ๋ยน้ำเช่นเดียวกัน วิธีนี้เรียกกันว่าการปลูกแบบ Substrats

ระบบการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์นี้ แบ่งย่อยได้ 3 วิธี ดังนี้
NFT (Nutrient Film Technique) เป็นการปลูกพืชโดยให้รากสัมผัสกับสารอาหารที่ไหลบางๆ หนา 1-3 มิลลิเมตร และสารละลายธาตุอาหารมีการหมุนเวียนกลับมาใช้ซ้ำ
DFT (Deep Flow Technique) เป็นการปลูกพืชโดยให้รากสัมผัสกับสารอาหารในน้ำลึก 3-5 เซนติเมตร จะปลูกในราง หรือในภาชนะใดก็ได้
DRFT (Dynamic Root Floating Technique) จะคล้ายกับระบบ DFT แต่เป็นการปลูกพืชโดยให้รากสัมผัสกับสารอาหารในน้ำลึก 3-5 เซนติเมตรและมีการเติมอากาศเข้าไปด้วย

ระบบการปลูกพืชแบบแอร์โรโพนิกส์ (Aeroponics)
คือการปลูกแบบให้รากแขวนอยู่ในอากาศ โดยโคนพืชจะแขวนติดอยู่กับฟองน้ำหรือวัสดุปลูกอื่นๆ ให้รากแทงออกมาในอากาศ และให้สารละลายแร่ธาตุโดยการพ่นเป็นละอองน้ำบางๆ อยู่ตลอดเวลา วิธีนี้อาจเปลืองงบประมาณในการดำเนินการ เนื่องจากต้องใช้ปั๊มและตัวพ่นละอองน้ำ อีกทั้งกระบะหรือรางปลูกจะต้องมีพื้นที่เพียงพอให้ติดระบบเข้าไปได้ เพราะการเน้นในเรื่องของอากาศ และละอองน้ำ จึงต้องใช้พื้นที่สำหรับรางปลูกมากหน่อย สามารถดูข้อมูลแบบละเอียดได้ที่ การปลูกพืชไร้ดินแบบแอโรโพนิกส์ Aeroponics

ระบบการปลูกพืชแบบใช้วัสดุอื่นทดแทนดิน (Substrats)
เช่น การปลูกในน้ำ (แบบไฮโดรโปนิกส์และแอร์โรโพนิกส์) การปลูกในวัสดุแข็ง เช่น แกลบ ทราย ขุยมะพร้าว หินภูเขาไฟ ซึ่งเป็นวัสดุปลูกที่ไม่ได้ให้ธาตุอาหารกับพืชแต่อย่างใด ในขณะเดียวกันก็ทำหน้าที่เป็นวัสดุที่ช่วยค้ำและพยุงราก แต่สารอาหารที่ได้รับจะอยู่ในรูปแบบของเหลวเหมือนกับการปลูกในสองแบบแรก ส่วนสารละลายที่จะช่วยให้พืชได้รับแร่ธาตุนั้น แนะนำให้ดูเรื่อง การเลือกซื้อปุ๋ย AB สำหรับการปลูกพืชไร้ดิน การปลูกพืชแบบใช้วัสดุอื่นทดแทนดิน แต่ยังต้องใช้สารอาหารเพื่อเพิ่มแร่ธาตุให้แก่พืช เพื่อการเจริญเติบโตที่ดี

การปลูกพืชไร้ดินโดยทั่วไปจะเลือกพืชผักที่มีอายุการเก็บเกี่ยวที่สั้น เฉลี่ยอยู่ที่ 45 วัน จึงเป็นเรื่องง่ายที่ใครๆ ก็สามารถมีแปลงผักเองที่บ้านและให้ผลผลิตได้ในเวลาเดือนเศษ ซึ่งส่วนใหญ่พืชผักที่นิยมปลูกกันมากก็ได้แก่ผักสลัดและผักกินใบอายุสั้นชนิดต่างๆ เช่น.. ผักสลัดยอดฮิตที่ปลูกง่าย นิยมปลูกแบบไร้ดิน
1.ผักคอส กรีนคอส (Cos Lettuce) เป็นผักสลัดยอดฮิตที่มีรสชาติอร่อย ไม่ขมจนเกินไป กินคู่กันกับน้ำสลัด หรือจะใช้เป็นผักจิ้มกับน้ำพริกก็ยังได้
2.ฟิลเลย์ไอซ์เบิร์ก (Frillice Ice Berg Lettuce) เป็นผักสลัดยอดฮิตที่ต่างประเทศนิยมรับประทานกันมานาน
3.บัตเตอร์เฮด (Butterhead Lettuce) ผักสลัดใบใหญ่ รูปร่างคล้ายดอกกะหล่ำ
4.กรีนโอ๊ค (Green Oak Lettuce) ผักสลัดยอดฮิตที่สายคนรักสุขภาพรู้จักเป็นอย่างดี รสชาติอร่อย ไม่ขม
5.เรดโอ๊ค (Red Oak Lettuce) ผักสลัดยอดฮิตที่มีวิตามินสูง ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ
6.ผักกาดแก้ว (Iceberg Lettuce) ผักกาดหอมคริปส์เฮด หรือ ไอซ์เบิร์ก
7.ผักสลัด Cos-Lettuce

เมื่อเรียนรู้วิธีปลูกกันแล้วว่าจะปลูกกันแบบไหน จะไฮโดรฯ หรือแอร์โรว์ หรือจะใช้วัสดุอื่นที่ไม่ใช้ดินปลูก และเลือกชนิดพืชผักที่จะปลูกกันได้แล้ว ก็เริ่มลงมือปลูกกันเลย ย้ำอีกครั้งว่าขั้นตอนการปลูกพืชไร้ดินแบบง่ายที่สุด คือการปลูกผักไร้ดินไฮโดรโปนิกส์แบบ NFTทีนี้เรามาเตรียมอุปกรณ์ในการปลูกพืชไร้ดิน ซึ่ง โดยหลักการแล้ว วัสดุอุปกรณ์จะคล้ายกัน ต่างกันแต่วิธีการให้สารอาหารแก่พืช ส่วนนี้จึงต้องเตรียมอุปกรณ์ต่างออกไปในแต่ละแบบ เตรียมพื้นที่และโต๊ะสำหรับวางราง หรือกระบะปลูกผัก ต้องยกสูงกว่าพื้น เพื่อสะดวกให้สารละลายได้ไหลเวียนรางปลูกในแต่ละแบบ และวางระบบการไหลของสารอาหารเมล็ดพันธุ์พืช+วัสดุอุปกรณ์สำหรับเพาะเมล็ด เช่น ฟองน้ำ ถาดเพาะ ปั๊มน้ำ หากปลูกแบบแอร์โรโพนิกส์จะเพิ่มตัวพ่นละอองน้ำเข้าไปด้วย หากปลูกแบบใช้วัสดุอื่นทดแทนก็จะเพิ่มวัสดุนั้นๆ เข้าไปต่างหาก สารอาหาร หรือ ปุ๋ยน้ำ AB และถังสำหรับกักเก็บ

ปลูกผักไร้ดินแบบง่าย :ปัจจุบันมีชุดทดลองการปลูกพืชไร้ดินจำหน่ายอยู่เยอะ ราคาหลักพันถึงหลักหมื่นบาท แต่หากใครชำนาญในทางช่างก็สามารถสร้างเองได้ไม่ยาก รางปลูกผักไฮโดร พร้อมชุดทดลอง ,รางปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์,จำหน่าย รางปลูกผักไฮโดรโปรนิกส์ ยาว 1 เมตร พร้อมชุดทดลองปลูก

อุปกรณ์ครบ วัสดุพร้อม ก็เริ่มทำการต่อระบบเข้าด้วยกัน ประกอบรางปลูก และสายสำหรับฉีดหรือกระจายสารละลายให้กับต้นพืช สำหรับรางปลูกนั้นแล้วแต่ว่าต้องการมากน้อยขนาดไหน การวางรางปลูก ควรให้มีความเอียงเล็กน้อยเพื่อสารละลายจะได้ไหลกลับเข้าถังเก็บและพร้อมจะถูกดูดใช้วนซ้ำไปมาได้สะดวก สำหรับถังเก็บสารละลาย ส่วนนี้จำเป็นต้องทึบแสง เพราะหากโดนแสงแดดจะเกิดตะใคร่น้ำทำให้สารอาหารถูกตะใคร่น้ำใช้จนหมด เลือกใช้แบบทึบแสงจะได้ไม่ต้องเติมกันบ่อยๆ

สารละลายหรือปุ๋ยน้ำ AB ต้องผสมกันเรียบร้อยแล้วตามอัตราส่วน มากน้อยขึ้นอยู่กับความต้องการของพืช ทดสอบการไหลของสารละลายให้เข้าออกได้สมดุล ไม่เร็วและไม่ช้าเกินไป แล้วทำการติดตั้งปั๊ม อาจจะเป็นปั๊มตู้ปลาเล็กๆ ใช้เป็นตัวดูดและกระจายสารละลายให้ไปยังพืชได้สะดวก
จากนั้นเริ่มเพาะเมล็ดผัก โดยการใช้ฟองน้ำที่ตัดเป็นก้อนให้พอดีกับช่องของรางปลูก ผ่าหรือเจาะเพื่อใส่เมล็ดผัก แล้ววางลงในรางปลูกได้เลย เปิดระบบแล้วรอ ผักจะงอกออกมาในอาทิตย์แรกของการปลูก หลายคนเลือกจะเพาะเมล็ดให้ได้ต้นอ่อนก่อนจะนำมาใส่ราง ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และควรหมั่นตรวจเช็คสารละลายและรางปลูก ไม่ให้ตะใคร่อุดตัน เพื่อระบบการไหลเวียนของสารละลายที่ดี ต้นพืชก็จะเติบโตไปได้พร้อมกัน

อ้างอิง:ระบบการปลูกพืชไฮโดรโปนิกส์ : Download เอกสารภาษาอังกฤษที่ https://scholarworks.uark.edu/
ภาพประกอบ ไฮโดรโปนิกส์ ระบบ DFT / DRFT / Aeroponics culture : zen-hydroponics.blogspot.com