ขอเงินที่พ่อให้ผมไปเที่ยวทีละ 2 พัน กว่าจะรู้ผมเกือบเสียพ่อไปแล้ว

พ่อ ขอตังค์ 2 พัน ผมจะออกไปเที่ยว!” ผมพูดออกไปโดยที่สายตาของผมยังเพ่งมองไปที่หน้าจอทีวีอยู่
“เมื่อวานพ่อเพิ่งให้แกไม่ใช่เหรอ อย่าบอกนะว่าใช้ไปหมดแล้ว” พ่อถามด้วยน้ำเสียงที่เอือมระอา

“แล้วจะให้หรือเปล่า ถ้าไม่ให้ ผมจะไปวิ่งราวชาบ้านเองก็ได้ พูดเสร็จ ผมก็ยกเท้าพาดขึ้นบนโต๊ะ “อย่านะ สิ้นเสียง พ่อก็เอามือล้วงไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับหยิบแบงค์ร้อยออกมาหลายใบ เตรียมนับให้ผม

ผมเดินไปหาพ่อพร้อมกับคว้าเงินในมือที่พ่อมีมากำไว้ทั้งหมด จากนั้นก็วิ่งออกบ้านไป และควบมอเตอร์ไซค์ที่พ่อซื้อให้ตรงดิ่งไปหาเพื่อนๆ ที่โต๊ะสนุก “พ่อเอ็งทำงานอะไรวะ ทำไมมีเงินให้แกใช้ทุกวันเลย วันหนึ่งก็ไม่ใช่น้อยๆ” เพื่อนคนหนึ่งถามขึ้น

ผมกลัวเพื่อนถามอาชีพของพ่อมาก เพราะผมอาย ผมจะบอกเพื่อนๆได้ยังไงว่าพ่อของผมเร่ขายลูกชิ้นตามคลับบาร์และหน้าร้านมินิมาร์ททั่วไป ผมอยู่ที่โต๊ะสนุกกับเพื่อนๆ จนถึงตีสาม หลังจากตกลงกันว่าจะไปต่อที่คาราโอเกะก็พากันเดินลงมา จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งเหมือนกำลังข่มขู่ใครอยู่ “ตกลงมึงจะจ่ายไหม แค่ 2 พัน มึงจะให้หรือไม่ให้ ไม่ให้มึงโดน ไอ้แก่นี่วอนซะแล้ว

“นี่มันเงินของฉัน ฉันหามาด้วยความยากลำบาก พวกแกจะมารีดไถฉันได้ยังไง มือเท้าก็ดีทำไมไม่ไปหางานทำกัน มาขู่ฉันมากๆเดี๋ยวฉันจะไปแจ้งตำรวจให้มาจับพวกแกไปนอนกินข้าวแดงในคุกละไม่ว่า

สิ้นเสียงของชายคนนั้น ก็ได้ยินเสียงของชายคนแรกตะโกนว่า “มึงอยากโดนใช่ไหม ได้กูให้สิทธิ มึงเดี๋ยวนี้ไม่ต้องรอคิว “ตุ๊บ เพล๊ง” เสียงเหมือนขวดทุบกับอะไรสักอย่างหนึ่งดังขึ้นมา

พอพวกผมเดินลงมาถึงชั้นล่าง ก็เห็นวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง กำลังรุมทำร้ายชายวัยกลางคนๆหนึ่ง เด็กวัยรุ่นทั้งเตะทั้งต่อยทั้งกระโดดถีบ และอีกคนหนึ่งก็ถือขวดเบียร์กระหน่ำตีไปที่ร่างของชายคนนั้น ที่ตอนนี้แน่นิ่งอยู่กับที่ แต่มือของเขาก็กำอะไรบางอย่างไว้ไม่ยอมปล่อยมือ

“เฮ้ย อย่าไปเสือกเลย เดี๋ยวเหนื่อยเปล่า ไปร้องคาราโอเกะดีกว่า เพลินกว่ากันเยอะ” เพื่อนผมฉุดแขนผมให้เดินออกมา ไม่ให้เข้าไปยุ่งกับกลุ่มอันธพาลนั้น ก่อนที่ผมจะเดินออกมา ผมอดไม่ได้ที่จะมองไปที่ชายวัยกลางคนที่นอนอยู่กับพื้นนั้น เพราะรถพ่วงขายไส้กรอกที่คุ้นตาซะเหลือเกิน

เมื่อผมเพ่งมองดีๆ นั่นมันพ่อผมนี่นา ผมตะลึงมองพ่อที่ถูกเตะถูกเหยียบอยู่กับพื้น มือกำเงินไว้แน่น ไม่ยอมให้พวกอันธพาลแกะเอาไป อยู่ๆก็นึกถึงพ่อที่เอาเงินให้ผมใช้ทีละ2-3พัน โดยไม่ปริปากด่าว่าอะไร แต่ตอนนี้ เงินแค่ 2 พัน พ่อกลับไม่ยอมให้พวกมัน กลับยอมที่จะเอาชีวิตเข้าแลก

ผมตะโกนว่า “ พ่อ ” ผมไม่อายใครอีกแล้ว
จากนั้นก็วิ่งเข้าไปหาพ่อ พร้อมเอาตัวกำบังร่างของพ่อ ที่ปกติผมไม่เคยใส่ใจหรือแยแสใดๆ ผมยอมให้พวกอันธพาลทั้งเตะทั้งถีบ แต่ความรู้สึกเจ็บที่กายนั้น ไม่เท่ากับความรู้สึกเจ็บที่ใจในตอนนี้ได้เลย ผมทำไมทำสิ่งเลวๆกับพ่อได้ถึงเพียงนี้ โชคดีที่เพื่อนๆของผมเข้ามาช่วยไว้ ไอ้เด็กพวกนั้นจึงพากันวิ่งหนีเตลิดไป

ครู่ต่อมาตำรวจก็เข้ามาควบคุมสถานการณ์ ผมมองไปที่ร่างของพ่อ ตอนนี้มีเลือดไหลออกจากศีรษะของพ่อ และพ่อก็สลบไปไม่รู้สึกตัว “ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลให้ผมด่วน พ่อผมเสียเลือดมาก ช่วยพ่อของผมด้วย!” ผมอุ้มพ่อขึ้นรถพยาบาลและนั่งอยู่ข้างๆพ่อ ในมือของพ่อยังกำเงินไว้แน่น

ผมร้องไห้ออกมา “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดคุ้มครองพ่อของผมด้วย ถ้าพ่อผมไม่เป็นอะไร ผมจะกลับตัวกลับใจ ผมจะไม่ทำให้พ่อต้องลำบากอย่างนี้อีก สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดช่วยพ่อผมด้วยเถิด ผมขอร้อง

จู่ๆ พ่อก็สำลักและค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาดูอย่างงๆ “พ่อ” ผมจับมือพ่อไว้แน่น “นี่มันที่ไหน” “อยู่บนรถพยาบาล เมื่อกี้พ่อสลบไป” ผมไม่รู้จะพูดอะไร ภาพนั้นยังติดตาผมอยู่ พ่อค่อยๆยกมือขึ้น มองเงินในมือ “วิท…นี่เงินที่พ่อขายลูกชิ้นได้คืนนี้ รับไปสิเดี๋ยวกลับบ้านลูกไปซื้ออะไรกิน พ่อยังไม่หิว”

คำพูดของพ่อกระแทกใจของผมอย่างรุนแรงเหลือเกิน ผมก้มลงกอดพ่อไว้ น้ำตาผมไหลอาบสองแก้ม ผมร้องไห้อย่างไม่อายพี่ๆ ที่นั่งอยู่บนรถ ผมพูดด้วยเสียงที่สั่นเครือก่อนที่พ่อจะหมดแรงและหลับตาลงอย่างช้าๆ อีกครั้งว่า.. “พ่อครับ….ผมขอโทษ ”

กว่าลูกจะสำนึกผิดได้ เกือบต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปหลายๆคนยังเข้าใจว่าพ่อแม่ หาเงินหาให้ลูกๆไว้ใช้จ่ายได้โดยไม่ยาก ใครจะรู้ว่าพ่อแม่บางคนต้องตรากตรำทำงานอย่างหนัก เลือดตาแทบกระเด็น อดมื้อกินมื้อ ต้องเก็บออมกันทั้งพ่อและแม่ บางทีก็ต้องทำงานรับจ้างอย่างอื่นเพิ่ม เพื่อหล่อเลี้ยงครอบครัว

คงมีอีกหลายๆครอบครัวต้องกู้หนี้ยืมสิน หวังเป็นค่าชุดค่าเทอมให้กับลูกได้ร่ำเรียนหนังสือ กว่าที่ลูกๆ จะเข้าใจความเหนื่อยยากลำบากของพ่อแม่ บางทีมันก็อาจสายเกินไป… อย่าให้ความหวังสุดท้ายของท่านต้องพังทลาย เพราะการใช้ชีวิตของลูกๆ ในทางที่ผิดอีกเลย

ขอบคุณข้อความดีๆ จากนุสนธิ์บุคส์
เรียบเรียงโดย ปริญญาชีวิต