Friday, 14 June 2024

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์ เลี้ยงง่าย ต้นทุนต่ำ รายได้สูง

การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์แบบครัวเรือน เพื่อใช้เป็นอาหาร ลดค่าใช่จ่ายได้เป็นอย่างดี อีกทั้งปลาดุกยังเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายด้วย ประโยชน์การเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์

1. ใช้พื้นที่น้อย สามารถเลี้ยงได้ทุกที่
2. ใช้เวลาเลี้ยงสั้น รุ่นละประมาณ 90 – 120 วัน
3. ปลาดุกเป็นปลาที่อดทนต่อสภาพน้ำได้ดี
4. สามารถเลี้ยง ดูแลรักษาได้สะดวก บริโภคในครัวเรือนและส่วนที่เหลือนำไปจำหน่ายได้

การเลือกสถานที่สร้างบ่อเลี้ยงปลา
1.บ่อควรอยู่ใกล้บ้าน หรือที่สามารถดูแลได้สะดวก
2.ควรอยู่ในร่มหรือมีหลังคา เพราะปลาดุกไม่ชอบแสงแดดจัด และป้องกันเศษใบไม้ลงสู่บ่อจะทำให้น้ำเสียได้
3.มีแหล่งน้ำสำหรับเปลี่ยนถ่ายน้ำได้สะดวกพอสมควร

การสร้างบ่อ
1.บ่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร สูงประมาณ 40 ซม.
2.ควรมี 2 บ่อ เพื่อใช้คัดขนาดปลาและสำรองน้ำไว้ถ่ายเท
3.ผนังและพื้นบ่อควรใส่สารกันรั่วซึม
4.มีท่อระบายน้ำเพื่อช่วยในการถ่ายเทน้ำ

การเตรียมบ่อก่อนการเลี้ยงปลาดุกในบ่อซีเมนต์
1. การเตรียมบ่อก่อนการเลี้ยงปลา ให้ตัดต้นกล้วยเป็นท่อใส่ลงไปในบ่อ เติมน้ำให้ท่วม แช่ไว้ 3 – 5 วัน เปลี่ยนต้นกล้วยแล้วแช่ไว้อี่ครั้งเพื่อให้หมดฤทธิ์ปูนขาว แล้วล้างบ่อให้สะอาด
2. ตรวจสอบสภาพน้ำให้เป็นกลางหมดฤทธิ์ของปูน ถ้ามีตะใคร่น้ำเกาะติดที่ข้างบ่อปูนถึงจะดี
3. น้ำที่จะใช้เลี้ยงคือน้ำจากคลองหนองบึงต้องตรวจสอบว่ามีศัตรูปลาเข้ามาในบ่อด้วยหรือเปล่า
4. น้ำฝน น้ำบาดาล น้ำประปา ควรพักน้ำไว้ประมาณ 3 – 5 วัน ก่อนนำมาใช้ได้

อัตราการปล่อยปลาและเลี้ยงปลาดุกในบ่อ
1. ปลาเริ่มเลี้ยงความย าว 5 -7 ซม.
2. อัตราการปล่อยลงเลี้ยงในถังซีเมนต์กลมเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร ถึก 40 ซม. ประมาณ 80 – 100 ตัว
3. ก่อนปล่อยปลาลงเลี้ยงควรใส่เกลือแกลงประมาณ 2 – 3 ช้อนแกง เพื่อช่วยปรับสภาพน้ำ
4. ระดับน้ำที่ปล่อยปลาครั้งแรก 10 -15 ซม.
5. การปล่อยปลาควรปล่อยในตอนเช้า
6. ควรนำถุงปลาที่จะปล่อยลงเลี้ยงแช่ในบ่อประมาณ 30 นาที เพื่อให้อุณหภูมิน้ำในถุงปลาและน้ำในบ่อไม่แตกต่างกันป้องกันปลาไม่รอดได้
7. ควรมีวัสดุให้ปลาหลบซ่อน เช่น ท่อพีวีซีตัดเป็นท่อนหรือกระบอกไม้ไผ่ เพราะปลาตัวใหญ่จะกวนปลาตัวเล็ก
8. ควรมีการคัดขนาดปลา เมื่อมีอายุประมาณ 15 -20 วัน โดยนำตัวเล็กแยกไว้อีกบ่อหนึ่ง
9 .ควรมีวัสดุช่วยบังแสงแดด

การถ่ายน้ำ
1. เริ่มเลี้ยงระดับน้ำลึก 10 – 15 ซม.
2. เพิ่มระดับน้ำอีก 5 – 10 ซม. เมื่อเลี้ยงไปได้ 10 – 15 วัน
3. ระดับน้ำสูงสุดไม่เกิน 40 ซม.
4. ถ่ายเทน้ำทุก 5 -7 วัน
5. ถ่ายเทน้ำแต่ละครั้งไม่ควรถ่ายจนหมด ถ่ายน้ำประมาณ 1 ส่วน 3 ของน้ำในบ่อ
6. ขณะถ่ายเทน้ำไม่ควรรบกวนให้ปลาดุกตกใจเพราะปลาจะไม่กินอาหาร 2-3 วัน

อาหารและการให้อาหาร
1. อาหารสำเร็จรูปชนิดเม็ดลอยน้ำ
ปล่อยปลาขนาด 5-7 ซม. ให้อาหารปลาดุกเล็ก ปลาขนาด 7ซม. ขึ้นไป ให้อาหารปลาดุกรุ่น
2. อาหารสด เช่น เศษปลา ไ ส้ไก่ ปลวก โครงไก่ การให้อาหารควรให้อาหารวันละประมาณ 3 ครั้ง ในช่วงเช้า-เย็น ให้อาหารประมาณ 3-5 เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักตัวปลาต่อวัน (หรือให้กินจนอิ่ม)

การป้องกันและรักษาโรคปลาดุก
1.ไม่ปล่อยปลาหนาแน่นเกินไป
2.ไม่ให้อาหารมากจนเกินไป
3.รักษาคุณภาพน้ำให้เหมาะสม
4.ถ่ายเทน้ำทุก 5-7 วัน

โรคปลาดุกและการรักษา
1. โรคกระโหลกร้าว แก้ไขโดยผสมวิตามินซี 1 กรัมกับอาหาร 1 กิโลกรัม ให้ปลากินติดต่อกัน 15 วัน
2. โรคจากเ ชื้ อแ บ ค ที เ รี ยและแผลข้างตัว ใช้ย าป ฏิ ชี ว นะ เช่น ออกซิเททราไซคลิน 1 กรัม ผสมอาหาร 1 กิโลกรัม ให้ปลากินติดต่อกัน 7-10 วัน

การลงทุนและรายได้
วงขอบขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เมตร เลี้ยงปลาดุกได้ 500ตัว ใช้เวลา 90วัน อัตรารอด 80% คงเหลือ 400ตัว ปลาดุก 1 กก.มี 10 ตัวขาย กก.ละ 30 บาท รายได้ 1,200บาทต่อบ่อลงทุนค่าพันธุ์ปลา 500บาท ค่าอาหาร 305บาทรวม 805บาทต่อบ่อต่อรุ่นจำนวน 2 บ่อระยะเวลาเลี้ยง 3–4 เดือนจะมีส่วนเกิน 514 บาทต่อรุ่น

การจำหน่าย
ก่อนจะจำหน่าย 2 วัน ให้นำดินลูกรังสีแดงหรือซังข้าวมาแช่ไว้ในบ่อ จะทำให้ปลาดุกมีสีเหลืองสวย ขายได้ราคาดี ซึ่งประมาณ 5-10 ตัวต่อกิโลกรัม

ขอบคุณ fisheries.go.th, dailynews.co.th