การปลูกชะอมไร้หนาม แบบตอนกิ่ง และการปักชำ

สวัสดีค่ะ ท่านผู้อ่านที่น่ารัก ได้มาพบเจอกันอีกแลัว ก่อนอื่นแอดมินและทีมงานเพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า ก็ขอขอบคุณที่ท่านผู้อ่านยังคงติดตามผลงานของเรามาตลอด เราจะคอยสรรหานำเสนอเรื่องราวดีๆ และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทุกท่าน ให้ท่านได้อ่านเรื่องราวดีตลอดเราจะคอยนำเสนอเรื่องราวดีๆ และมีประโยชน์แก่แฟนเพจทั้งหลายให้ท่านได้อ่าน

ชะอม เป็นไม้ยืนต้นตระกูลถั่ว ที่มีอายุยืนนาน เป็นไม้เถาเลื้อย มีฝักเหมือนกระถิน เมล็ดนำมาปลูกได้ กิ่งอ่อน ยอดอ่อน ใบอ่อน มีกลิ่นหอมฉุนเฉพาะตัว และมีวิตามินเอสูง ยอดชะอมจัดเป็นอาหารประเภทผักที่มีคุณค่าอาหารสูงยิ่ง ทั้งวิตามินเอ โปรตีน และเยื่อใยที่ร่างกายต้องการ ตามลำต้นและกิ่งก้านมีหนามแหลมหรือไม่มีหนาม ใบเป็นใบประกอบขนาดเล็ก มีก้านใบแยกเป็นใบอยู่ 2 ทาง ลักษณะคล้ายใบกระถิน หรือใบส้มป่อย ต้นชะอมหากถูกเด็ดยอดจะแต กกิ่งข้างต้นหนาแน่น ชะอม เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ในทุกสภาพดิน ไม่ว่าดินเหนียว ดินร่วน ดินทราย ยกเว้นดินเค็มและกรดจัด ปลูกง่าย ทนแ ล้ง ใช้น้ำน้อย

สำหรับเกษตรกรที่คิดจะปลูก ชะอมไร้หนาม การขยายพันธุ์ชะอมไร้หนาม แบ่งเป็น 2 วิธี

1.ด้วยการตอนกิ่ง ซึ่งเป็นที่นิยมมากกว่า เพราะรวดเร็วและออกรากได้ดี โดยคัดเลือกกิ่งที่จะตอนไม่ให้แ ก่ และอ่อ น จนเกินไป
2.การปักชำ

การตอนกิ่ง ขั้นตอนเหมือนกับการตอนไม้ผลทั่วไป คือเลือกกิ่งกึ่งแก่กึ่งอ่อ นที่สมบู รณ์ ปราศจาก โ ร ค และ เ เ ม ล ง ควั่นกิ่งด้านบ นและด้ านล่าง ให้ห่างกันสัก 3-4 ซม. ใช้ปลา ยมี ดลอกเ อาเป ลือกชะ อมออ ก แล้วขูดเยื่อเจริญที่เป็นเมือกลื่นๆ ออก จะทาด้วยน้ำย าเร่ ง ร า กหรื อไม่ก็แล้วแต่ เพราะ ชะอมเป็นพืช ที่ออกรากได้ง่าย แต่ถ้าทาด้วยน้ำย าเร่งรา กก็จะยิ่งดีขึ้นอีก หุ้มด้วย ขุย ม ะพร้าวที่แช่น้ำมาล่วงหน้าสัก 1 คืน แล้วบี บน้ำออก ให้หมาดน้ำ อัดลงในถุง พลาสติก

เมื่อทำแผลตอนเสร็จ ผ่าครึ่งถุงพลาสติกที่อัด ขุ ย มะพร้าวและนำไปหุ้มบริเวณที่ล อกเ ป ลื อ ก มัดด้วยเชือกหรือตอกไม้ไผ่ ทั้งบนแ ละล่า งรอ ย แ ผล ตุ้ ม ตอนให้แน่น หลังจากนั้นประมาณ 40-50 วัน เมื่อกิ่งตอนมีรากเต็ม ตุ้ ม ตอนและเริ่มแก่เป็นสีเหลืองอมสีน้ำตาล ปลายรากมีสีขาวและมีจำนวนรากมากพอจึงตั ดกิ่งตอนได้ ก็สามารถตั ดไปปลูกในแปลงได้เลย ไม่ต้องชำลงถุงให้เสียเวลา เมื่อนำกิ่งตอนปลูกลงดิน ต้นชะอมจะตั้งตั วได้เร็ว การจำหน่ายกิ่ง ตอนจึงจำหน่า ยสร้างราย ได้อีกทางหนึ่ง ที่สร้างเงินสำ หรับการทำไร่ช ะ อมไร้หนาม หรือ จะชำ ลง ถุงดำ เลี้ยงให้แ ข็งแรงก่ อน นำไปปลูกหรือร อกา รจำหน่าย

การปักชำ จะเลือกกิ่งชะอมไร้ห นามมาปักชำนั้นจะต้องเ ลือกกิ่ งที่ไม่ อ่ อ นหรื อ แก่ เกิ นไป โดยดูลักษณะจากสีกิ่งจะมีสีขาวจนถึงขาวอมเขียว หรือกิ่งที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 1 ปี นับแต่วันที่ แตก ยอดออกมา แต่ต้องไม่เป็นกิ่งที่แก่ จัดจ นเกินไป เพราะรากแ ละยอดจะแต กน้อย ตั ดเป็นท่อนให้มี ความยาวป ระมาณ 20-30 ซม. ชำลงในถุงดำที่มีขี้เถ้าแกลบ ดำเป็นวั สดุ ปลูกหลัก เทคนิคในการปักท่อ นพันธุ์ ควรจะให้กิ่งเอียงประมาณ 45 องศา ปักให้ลึกลงไปในขี้เถ้าแกลบ 10 ซม. นำกิ่งที่ปักชำมาวางไว้บริเวณที่มีแสงรำไรหรือมีสแลนพรางแสง 60% รดน้ำให้ชุ่มอย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง

หลังจากปักชำไปได้ประมาณ 45-60 วัน กิ่งชำจะมีร ากและใบอ่อนแ ตกออกมา แต่ป้าดอกไม้ไม่นิยมขย ายพันธุ์ชะอมไร้ห นามด้วยวิธีการปั กชำ เนื่องจากพบว่าต้นชะอมไร้หนาม ที่ขยายพันธุ์ด้ วยการ ปักชำ เ มื่อนำมาปลูกลงแปล งจะเจริญเติบ โต ช้ ากว่ าปลู กด้วยกิ่งตอน ซึ่งอาจจะเป็นเพราะปริมาณรากจะน้อยกว่ากิ่งชะอมที่ได้จากกิ่งตอนข้อแนะนำเพิ่มเติมสำหรับการนำกิ่งชะอมไร้หน ามที่ขย ายพันธุ์ด้วยการปักชำเพื่อ ปลูกลงแปล ง ควรจะปลูกในช่วง ฤดูฝน จะพบอั ตรา กา รร อ ด สูง

การปลูกและการบำรุงรักษา โดยการไถพรวน ปรับพื้นที่ให้สม่ำเสมอ ถ้าเป็นที่ลุ่ มต่ำให้ยกแปลงเพื่อ ป้อ งกันน้ำขังแฉะ นิสัยชะอมชอบน้ำ แ ต่ก ลัวน้ำขังแฉะ ซึ่งอา จจะทำให้เกิ ด โ ร ค ร า ก เ น่ า โ ค น เ น่ าหลังจากนั้น ขุด หลุมปลูกให้ มีความกว้ าง ยาว และลึก ประมาณ 20 ซม. ผสมดินที่ ขุดมา จากหลุมด้วย ปุ๋ ย ค อกเก่า อัตรา 2 กำมือ และคลุก เ ค ล้ า ปุ๋ยเคมี สูตรเสมอ เช่น 16-16-16, 19-19-19 ฯลฯ ลงไป อัต ร า 1 ช้อนแกง ระ ย ะป ลู กที่เหม าะสมคือ 1×1 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะสามาร ถปลู ก ต้ นช ะอ ม ไร้หนามได้ประมาณ 1,600 ต้น

การปลูกหลังจากที่ขุดหลุมปลูกลึกประมาณ 10 ซม. หรือขุดดินราว 1 หน้าจอบ คลุกเคล้ า ผสมปุ๋ ยเส ร็จเรียบร้อยที่ปากหลุม นำกิ่ง ตอนชะอม ไร้หน ามที่เตรีย มไว้แกะถุงพลาสติกที่หุ้ มร า กออก วางกิ่งชะอมให้อยู่ส่วนกลางของหลุม กลบดินแล ะอัดใ ห้แ น่น รดน้ำใ ห้ชุ่มอย่า ง ส ม่ำ เ สมอ ต่ อเ นื่อ ง เป็ นเว ลา ป ะมาณ 1-2 เดือนแรกที่ปลูก ต้นช ะอมไร้หนาม จะตั้งตัวได้และพบการแต กยอดอ่อนเป็น พุ่มและ สามารถเก็บเกี่ยวยอดส่งขายได้เลย

ที่มา www.matichon.co.th เรียบเรียงโดย: เพจธรรมะเกษตรก้าวหน้า